
น่าน – ทีมเฉพาะกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก ทีมโดรนตอบโต้ภัยพิบัติ บริษัทคูโบต้า และทีมสิงห์อาสา เร่งภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์จนเส้นทางถูกตัดขาด ส่งผลให้ชาวบ้านใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.ภูคา ต.ศิลาแลง และ ต.วรนคร รวม 14 หมู่บ้าน 1,466 หลังคาเรือน ประชาชนกว่า 4,000 คน ต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นวันที่ 4
เจ้าหน้าที่ใช้ โดรนลำเลียงอาหารและน้ำดื่ม ข้ามพื้นที่ที่ไม่สามารถสัญจรได้ เพื่อนำสิ่งของไปส่งให้ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านที่รอรับอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนกระจายต่อไปยังประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน โดยภารกิจจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและสามารถเปิดเส้นทางได้อีกครั้ง
สาเหตุสำคัญมาจาก สะพานฝายจ้าว ต.วรนคร ถูกน้ำป่าซัดจนพังเสียหาย ขณะที่บริเวณโค้งห้วยเย็น ต.ศิลาแลง เกิดดินสไลด์และถนนทรุดตัวจนเส้นทางขาด ไม่สามารถใช้สัญจรได้ ทำให้การนำความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก
ขณะเดียวกัน แขวงทางหลวงน่านที่ 2 ร่วมกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) กรมทางหลวง เร่งลำเลียงชิ้นส่วน สะพานเบลีย์ ขึ้นสู่พื้นที่ดอยภูคา เพื่อเร่งก่อสร้างสะพานชั่วคราว หวังเปิดเส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่และนำความช่วยเหลือเข้าสู่หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดโดยเร็วที่สุด
ด้าน พันเอกปิยะพงษ์ พรดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง นำกำลังพลเข้าร่วมวางแผนและสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน ทั้งการลำเลียงสิ่งของจำเป็นและการฟื้นฟูเส้นทาง ท่ามกลางสภาพพื้นที่ที่ยังได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ขณะนี้ชาวบ้านทั้ง 14 หมู่บ้านยังคงรอคอยอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และความหวังจากการก่อสร้างสะพานชั่วคราวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเปิดเส้นทางให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชน และนำผู้คนกว่า 4,000 ชีวิตกลับมาเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอีกครั้ง
########
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

