
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.ย. 69 ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ ได้รับแจ้งว่ามีชายกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำปราจีนบุรี บริเวณสะพานบ้านทาม หมู่ 6 ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จึงวิทยุแจ้งจุดสกัดบ้านทามซึ่งอยู่ติดกับจุดเกิดเหตุให้เข้าตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบรถจักรยานเสือหมอบจอดอยู่บนสะพาน มีรองเท้าสีขาววางไว้ 1 คู่ และหมวกปั่นจักรยานวางอยู่บนแฮนด์รถ นอกจากนี้ยังพบหญิงวัยกลางคนกำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟาย โดยมีเพื่อนคอยปลอบอยู่ไม่ห่าง
จากการสอบถาม น.ส.พิราวรรณ์ ภรรยาของผู้ก่อเหตุ อยู่ในอาการเสียใจจนไม่สามารถให้การได้ เจ้าหน้าที่จึงสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่าชายผู้กระโดดน้ำชื่อเล่น “ศักดิ์” ไม่ทราบนามสกุลจริง โดยก่อนเกิดเหตุภรรยาได้โทรศัพท์แจ้งว่าแฟนกระโดดน้ำจากสะพานบ้านทาม จึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ และพบภรรยานั่งร้องไห้อยู่ริมสะพาน พร้อมบอกว่าแฟนได้กระโดดลงน้ำไปแล้ว
เพื่อนบ้านยังให้ข้อมูลว่า บ้านของผู้ก่อเหตุกับบ้านตนอยู่ติดกัน ภายบ้าน ที่หมู่ 7 ต.ท่าตูม ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร
ต่อมาตำรวจได้ประสานกำลังหน่วยกู้ภัยอาสาสมัครมูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ออกค้นหาผู้สูญหายในแม่น้ำ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงพบว่านายศักดิ์ยังมีชีวิตอยู่ โดยมีชาวบ้านช่วยเหลือไว้ที่ริมเขื่อนท่าตูม หมู่ 2 ในสภาพอ่อนแรง ก่อนใช้เรือหาปลานำขึ้นจากน้ำ และส่งต่อให้หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304
ผู้สื่อข่าวสอบถามนายศักดิ์ถึงสาเหตุที่ตัดสินใจกระโดดน้ำ เจ้าตัวตอบสั้น ๆ ว่า “อยากตุย”
ด้านนายสุริเมฆ ตราชู ชาวบ้านที่กำลังตกปลาอยู่ห่างจากสะพานประมาณ 200 เมตร เล่าว่า ขณะนั่งตกปลาได้ยินเสียงน้ำดัง “ตูม” ตอนแรกคิดว่าเป็นตัวเงินตัวทองกระโดดน้ำ ผ่านไปประมาณ 2 นาที จึงเห็นชายคนหนึ่งลอยคอมากับกระแสน้ำ จึงตะโกนถามว่า “ลงมาเล่นน้ำเหรอ” ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ผมมากระโดดน้ำเล่น แต่ถ้าผมหมดแรง ช่วยแจ้งกู้ภัยให้ผมหน่อย”
ในตอนนั้นตนคิดว่าอีกฝ่ายลงมาเล่นน้ำ จึงเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบถาม จึงทราบความจริงว่าชายคนดังกล่าวตั้งใจมากระโดดน้ำฆ่าตัวตาย
เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าน่าเหลือเชื่อ เพราะจากจุดที่นายศักดิ์กระโดดลงจากสะพานบ้านทาม ไปถึงจุดที่ได้รับการช่วยเหลือ มีระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวในช่วงน้ำขึ้น แต่เจ้าตัวยังรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

