นายรพี ชำนาญเรือ นักต่อสู้เพื่อสังคมและประชาชนชื่อดังชาวกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้รับการร้องเรียนจากนายพิพัธร เฉลิมสุขสันต์ เจ้าของบ้านพักกึ่งรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรีว่า ได้ปล่อยบ้านพักที่เป็นรีสอร์ต ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่ให้กับสองสามีภรรยาเช่ามาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 โดยในสัญญาเป็นการเช่าปีต่อปีในราคารปีละ 3 แสนบาท โดยผู้เช่าได้จ่ายค่าเช่ามาแล้ว จำนวน 2.5 แสนบาท คงค้างอยู่ 5 หมี่นบาท มีนางสาววิภาพรรณ์ (ขอสงวนนามสกุล)เป็นผู้เช่า ซึ่งผู้เช่ามีสามีเป็นชาวต่างชาติแต่ไม่ทราบว่าเป็นคนประเทศอะไร โดยค่าเช่าที่ยังคงค้างอยู่ 5 หมื่นบาท จนกระทั้งหมดสัญญาเช่าในวันที่ 1 ต.ค.2567 ผู้เช่ายังไม่ได้จ่ายค่าเช่าที่ค้างอยู่ จำนวน 5 หมื่นบาทให้ตนแต่อย่างใด

ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.2568 นางสาววิภาพรรณ์ กับสามี ซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้มาขอต่อสัญญาเช่าเพิ่มอีก 1 ปี ก่อนทำสัญญาเช่าตนก็ได้ทวงถามเงินค่าเช่าที่คงค้างอยู่ ซึ่งนางสาววิภาพรรณ์ก็ให้เหตุผลไปต่างๆนานา จนทำให้ตนใจอ่อนยอมให้เช่า โดยทำสัญญาเช่าในวันที่ 1 ต.ค.68 หมดสัญญาในวันที่ 1 ต.ค.69 การทำสัญญาเช่าครั้งนี้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาคือเช่าในราคาปีละ 3 แสนบาท แต่ครั้งนี้ผู้เช่าขอชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนๆละ 2.5 หมื่นบาท หลังจากทำสัญญาเช่าแล้วเสร็จผู้เช่ายังไม่ได้จ่ายค่าเช่า ซึ่งตนก็ไปทวงถาม จนกระทั่งเดือน ก.พ.69 ผู้เช่าจึงจ่ายค่าเช่าให้กับตน 1 เดือนเป็นเงิน จำนวน 2.5 หมื่นบาท จนกระทั่งหมดสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา ผู้เช่าไม่ได้จ่ายค่าเช่าอีกเลย และที่ผ่านมาตนก็ไม่ได้ไปดูรีสอร์ตที่ตนปล่อยให้เช่าและไม่ได้ทวงถามค่าเช่าอีกเลยเพราะนางสาววิภาพรรณ์ ให้เหตุผลว่าสามีกลับบ้านเกิดที่ต่างประเทศตนจึงเห็นใจและเชื่อว่าหลังจากสามีกลับจากต่างประเทศแล้วผู้เช่าก็คงจะนำเงินค่าเช่าที่ค้างอยู่มาจ่ายให้
สุดท้ายแล้วตนต้องมาเจ็บช้ำเพราะความใจดีของเราเอง โดยช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปที่รีสอร์ต เพื่อทวงค่าเช่า แต่ปรากฏว่านางสาววิภาพรรณ์ ได้ขนเอาทรัพย์สินหนีไปแล้ว ส่วนโซฟาร์ ชุดเครื่องนอนที่เหลืออยู่ถูกสัตว์เลี้ยงขีดข่วนได้รับความเสียหายทั้งหมด และนอกจากนี้ยังพบเครื่องปรับอากาศประเภทแอร์หายไป 1 ตัว คอมเพรสเซอร์แอร์ที่อยู่ด้านนอกสูญหายไปจำนวน 4 ตัว สภาพคล้ายกับขโมยที่รื้อไปขาย
ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของตนผู้ให้เช่า ผู้เช่าไม่มีสิทธิ์ทำลายหรือรื้อไปขายแต่อย่างใด และนอกจากนี้ยังมีร่องรอยการทุบทำลายสิ่งก่อสร้างที่ผู้เช่าต่อเติมขึ้นมาเสียหายทั้งหมด และนอกจากนี้ไฟฟ้าก็ถูกตัดเพราะผู้เช่าไม่ยอมไปจ่ายค่าไฟ โดยในวันดังกล่าวทราบว่ามีทหารยศ สิบเอก มาร่วมขนย้ายทรัพย์สินด้วย ซึ่งการกระทำของผู้เช่ารายนี้ทำให้ตนได้รับความเสียหายทั้งไม่ได้รับเงินค่าเช่าและทรัพย์สินที่เสียหายมูลค่ารวมกันกว่า 5 แสนบาท ซึ่งผู้เสียหายได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.2569
นายรพี ชำนาญเรือ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพภายในรีสอร์ตร่วมกับนายพิพัธร เฉลิมสุขสันต์ เจ้าของ จากนั้นจึงนำพาผู้เสียหาย เข้าพบ ร้อยตำรวจโทธนวัฒน์ นครพิน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีว่าไปถึงไหนแล้ว พร้อมประสานไปยัง พลตำรวจตรีพศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และ พันตำรวจเอกชัยรัตน์ บัวขม ผู้กำกับสภ.เมืองกาญจนบุรี กำชับให้เร่งติดตามตัวผู้เช่าคือนางสาววิภาพรรณ์ และสามีซึ่งเป็นชาวต่างชาติ มาพบเพื่อไกล่เกลี่ยและรับผิดชอบค่าความเสียหายให้กับผู้เสียหาย โดยด่วน หากทราบข่าวแล้วยังทำตัวนิ่งเฉย ผู้เสียหายจะแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอให้ทหารยศ สิบเอก นายดังกล่าวเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่ ”นายรพี กล่าว
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

