
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 27 ก.ย.69 เกิดเหตุฝายกั้นน้ำบ้านห้วยเสือ บริเวณแยกหน่วยต้นน้ำห้วยชะนี ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ได้พังทลายลงมาทำให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวอย่างรุนแรง ระหว่างนั้นมีรถยนต์กระบะจำนวน 1 คัน ฝืนขับผ่านจึงถูกกระแสน้ำพัดตกถนนแล้วจมหายไป โดยภายในรถมีทั้งหมด จำนวน 4 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 2 ราย
หลังเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ที่เห็นเหตุการณ์ ได้ประสาน มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จุดทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่หน่วยอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย ธน 34-00 ฐานบุณวิภา เจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่น รวมถึง ทีมรถโฟล์วิลผู้ใหญ่บอยท่าขนุน เร่งเข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าชาวบ้านในพื้นที่สามารถช่วยขึ้นมาจากน้ำได้อย่างปลอดภัยแล้ว 2 ราย เป็นชาย อีก 2 ราย เป็นแม่กับลูกสาว ถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพัดสูญหายไป เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยได้พยายามค้นหากันอย่างเต็มความสามารถ แต่เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวที่รุนแรงประกอบกับเป็นช่วงเวลากลางคืน เพื่อความปลอดภัยของตัว เจ้าหน้าที่ จึงตัดสินใจถอนกำลังออกมาในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.และวางแผนรวมพลกันออกค้นหาแม่ลูกผู้สูญหายอีกครั้งหนึ่งในเช้าวันนี้ (28 ก.ย.)
เบื้องต้นทราบว่า ผู้ที่มากับรถยนต์กระบะนั้น 3 คนเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก 1 คนเป็นลุง ทั้ง 4 ราย เป็นคนงานรับจ้างทำสวนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลชะแล หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบ ต่อไป
และจากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ โดยตกต่อเนื่องทำให้มีน้ำป่าไหลจากบนเขา หลังที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ ท่วมลงมาตามท่อระบายน้ำ บริเวณวงเวียน ซุ้มประตูทางเข้าเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าน้าที่ได้นำกระสอบทรายมากั้นน้ำแล้ว แต่ปริมาณน้ำจำนวนมาก ขณะนี้ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทองผาภูมิ เทศบาลตำบลท่าขนุน กรมทางหลวงลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ขอให้ประชาชนที่สัญจรไปมาด้วยความระมัดระวัง ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมสูง สาเหตุเนื่องจากฝนตกหนักและมีการสร้างทาง 4 เลนใหม่เมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่มีท่อระบายน้ำตามทาง น้ำไหลระบายไม่ทันทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณนี้
ส่วนในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ระดับน้ำบริเวณสะพานอุตตมานุสรณ์ เริ่มสูงขึ้นต่อเนื่องอีกไม่ถึง 1 เมตร น้ำจะท่วมสะพาน ซึ่งมีความสูงจากพื้นถึงคอสะพานเกือบ 10 เมตร
ล่าสุดบริเวณแพหน้าเมือง ระดับน้ำสูงเกิน 1 เมตร จนขึ้นมาบนถนน และระดับน้ำยังสูงเพิ่ม และเมื่อช่วงเวลา 02.30 น. กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดเอาแพท่องเที่ยวชื่อดังจมหายไปกับกระแสน้ำ 1 หลัง โดยน้ำได้ไหลมาทางฝั่งแม่น้ำแควน้อย โดยทางฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ระดับน้ำยังคงที่ เนื่องจากเขื่อนทั้ง 2 เขื่อนได้หยุดปล่อยน้ำลงมาด้านท้ายเขื่อน และเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ทำการสูบน้ำที่อยู่ใต้เขื่อนขึ้นไปกักเก็บไว้ในอ่าง ทำให้สถานการณ์น้ำทางฝั่งแควใหญ่ยังคงปกติ รวมถึงกระแสน้ำทางอำเภอหนองปรือ บ่อพลอย น้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่ลำห้วยตะเพิน แต่น้ำยังไหลมาไม่ถึง หากไหลลงมารวมกับแม่น้ำแควน้อย บริเวณหน้าเมืองกาญจน์ ระดับน้ำอาจจะสูงจนท่วมถนนบริเวณแพหน้าเมืองได้ และน้ำทั้ง 2 แคว จะไหลลงไปสู่แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งมีเขื่อนแม่กลอง เมื่อเวลา 05.00 น.ทางเขื่อนได้ยกประตูระบายน้ำทั้ง 8 บาน ออกท้ายเขื่อนจำนวน 1,321 ลบม.ต่อวินาที น้ำทั้งหมดจะไหลผ่านในจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม ก่อนลงสู่อ่าวไทย ฝากเตือนประชาชนที่อาศัยทางท้ายเขื่อนแม่กลองเฝ้าระวังระดับน้ำที่สูงขึ้น ขนย้ายสิ่งของไปอยู่พื้นที่สูง และสถานการณ์ฝนในจังหวัดกาญจนบุรี ยังคงตกต่อเนื่องหนักสลับเบาตลอดทั้งวันทั้งคืน
สำหรับการไฟฟ้าแนะนำการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย หากเกิดน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขังช่วงสถานการณ์น้ำท่วม นอกจากต้องระวังอันตรายจากกระแสน้ำแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ อันตรายจากไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช็อต และไฟดูด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เมื่อระดับน้ำเข้าถึงอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
PEA แนะนำประชาชนเตรียมพร้อมและปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
ก่อนน้ำท่วมปลดเมนสวิตช์ก่อนอพยพ ย้ายเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง ให้พ้นระดับน้ำ
ขณะน้ำท่วม บ้านชั้นเดียว หากน้ำเข้าบ้านให้ตัดกระแสไฟฟ้าและอพยพออกจากพื้นที่ บ้านสองชั้น ควรมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น และตัดกระแสไฟฟ้าชั้นล่างเมื่อมีน้ำท่วมห้ามใช้ปลั๊ก สวิตช์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่น้ำท่วมถึงโดยเด็ดขาด ห้ามสัมผัสสวิตช์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียกหรือยืนอยู่บนพื้นที่เปียกชื้น
และหลังน้ำลด เครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม ควรให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบและแก้ไขให้มั่นใจก่อนนำกลับมาใช้งาน ไม่ควรตรวจสอบหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายด้วยตนเอง ความปลอดภัยต้องมาก่อน อย่าสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้า และหากพบเหตุไฟฟ้าขัดข้อง หรืออุปกรณ์ระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โทร. 1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง
///////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

