กาญจนบุรี : โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กลอง แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนลงสู่แม่น้ำแม่กลอง 800 ลบ.ม./วินาทีประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.69 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนากร ตันติกุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กลอง มีหนังสือด่วนที่สุดไปถึง นายอำเภอท่าม่วง นายกเทศมนตรีตำบลวังขนาย อำเภอท่าม่วง นายกเทศมนตรีตำบลท่ามะกา อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เรื่อง ขอแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลอง

เนื้อหาระบุว่า ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 8 (225/2569) ลงวันที่ 25 กันยายน 2569 แจ้งเตือน เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยช่วงวันที่ 25-27 ก.ย.69บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาตกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาตตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน

ในขณะที่มรสมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และละอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นมีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี บริเวณอำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค ส่งผลให้มีปริมาณน้ำในแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ใหญ่ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองเป็นจำนวนมาก

เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของเชื่อนแม่กลองเป็นไปตามเกณฑ์ควบคุม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กลอง สำนักงานชลประทานที่ 13 จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเชื่อนแม่กลอง ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองด้านท้ายเขื่อนแม่กลองมีระดับเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงและรักษาแม่กลอง ได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองให้อยู่ในเกณฑ์อย่างเต็มศักยภาพ ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำดังกล่าว โครงการฯ จึงมีความจำเป็นต้องพร่องน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองไม่น้อยกว่า 800 ลบ.ม./วินาที อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ แนวตลิ่งและพื้นที่ลุ่ม เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กลอง ใคร่ขอความอนุเคราะห์หน่วยงานของท่านช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะเดียวกัน นายประศาสน์ สุขอินทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายทนงกิต สดวิไล หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน นายวัชรพงศ์ สีนวล หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 และนางสาวพัทธนันท์ แม้นทิม หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 ร่วมกับนายชวโรจน์ มากแก้ว นายอำเภอบ่อพลอย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำลำอีซู ตำบลหนองรี อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อประเมินสถานการณ์และให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่

ซึ่งอ่างเก็บน้ำลำอีซูเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ความจุ 1.775 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันได้ถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบแล้ว โดยจากสถานการณ์น้ำที่มีปริมาณมาก ส่งผลให้น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้น (Spillway) กรมชลประทานจึงได้ลงพื้นที่ให้คำแนะนำและสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมเร่งวางกระสอบทรายบริเวณแนวสันเขื่อน เพื่อเสริมความมั่นคงและเพิ่มความปลอดภัยของอ่างเก็บน้ำ

ทั้งนี้ โครงการชลประทานกาญจนบุรี จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานและสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการน้ำและเฝ้าระวังพื้นที่ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ต่อไป
/////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like