กาญจนบุรี – คืบหน้าการตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายฯหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 10 หน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบ

วันนี้ (6 ต.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เจ้าหน้าที่กรมอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 จังหวัดราชบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ผู้กำกับการ สภ.ท่าม่วง ตลอดจนเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมประชุมและตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้ารับการดูแลภายในศูนย์ดังกล่าว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แบ่งชุดเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในศูนย์ เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงดำเนินการตรวจหาสารเสพติด โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

จากข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าภายในศูนย์มีผู้เข้ารับการดูแลประมาณ 100 คน แบ่งเป็นผู้ที่มีภาวะเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติดประมาณ 92 คน และผู้สูงอายุประมาณ 8 คน ทั้งนี้ จำนวนและประเภทของผู้เข้ารับการดูแลอยู่ระหว่างการตรวจสอบและจำแนกข้อมูลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังการลงพื้นที่ นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางพรรณวิภา ปิยัมปุตะระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอำเภอท่าม่วง ผู้กำกับการ สภ.ท่าม่วง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร่วมกันสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้น

โดยพบประเด็นเกี่ยวกับการต่อเติมอาคารบางส่วนที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นไปตามระเบียบและได้รับอนุญาตหรือไม่ รวมถึงมีบางจุดที่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมาตรฐานของสถานที่และจำนวนเตียง ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับผู้เข้ารับการดูแลที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต เจ้าหน้าที่จะประสานกรมสุขภาพจิตเพื่อดำเนินการประเมินและจำแนกสภาพร่างกายและจิตใจเป็นรายบุคคล หากพบว่าสามารถดูแลตนเองได้ จะพิจารณาแนวทางการดูแลที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา จะพิจารณาส่งต่อไปยังสถานพยาบาลหรือศูนย์บำบัดรักษาที่เหมาะสม

ส่วนกรณีโครงสร้างลักษณะคล้ายกรงหรือพื้นที่จำกัดการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการร้องเรียนและอยู่ระหว่างการตรวจสอบนั้น นายแพทย์ภูวเดชระบุว่า หากมีการร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนในประเด็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาจมีผลต่อการอนุญาตให้ดำเนินกิจการของสถานที่ดังกล่าว

สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการนั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีอายุ 5 ปี และสามารถดำเนินการต่ออายุผ่านระบบออนไลน์ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ศูนย์ดังกล่าวเคยได้รับการตรวจสอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องมาก่อน โดยการตรวจสอบเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ไม่พบประเด็นเกี่ยวกับโครงสร้างลักษณะดังกล่าว ขณะที่รอบการตรวจสอบตามกำหนดเดิมจะครบในเดือนพฤศจิกายน 2569 อย่างไรก็ตาม จากข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบก่อนกำหนดเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ส่วนผู้เข้ารับการดูแลทั้งหมด หลังจากมีการประเมินและจำแนกเป็นรายบุคคลแล้ว เจ้าหน้าที่จะประสานญาติให้รับทราบข้อมูลและร่วมพิจารณาแนวทางการดูแลที่เหมาะสม ทั้งการรับกลับไปดูแลเองหรือพิจารณาสถานที่ดูแลแห่งอื่นตามความเหมาะสม

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินการในขณะนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลายหน่วยงาน โดยจะพิจารณาจากเอกสาร พยานหลักฐาน และผลการประเมินผู้เข้ารับการดูแลเป็นรายบุคคล กก่อนดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like