น่านเดินหน้าขุดลอกแม่น้ำปัว แก้น้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ ต่อยอด “ฝายแก้วโมเดล” ขยายผลสู่ลำน้ำสายสำคัญทั่วจังหวัด

น่านเดินหน้าขุดลอกแม่น้ำปัว แก้น้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ ต่อยอด “ฝายแก้วโมเดล” ขยายผลสู่ลำน้ำสายสำคัญทั่วจังหวัด

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณลานด้านหลังร้านอาหารครัวสะเบียง อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการขุดลอกแม่น้ำปัว เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและพื้นที่กักเก็บน้ำในลำน้ำ โดยมีนายอำเภอปัว หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารเทศบาลตำบลปัว เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

โครงการขุดลอกแม่น้ำปัวดำเนินการในพื้นที่ตั้งแต่ บริเวณบ้านร้อง หมู่ที่ 4 ตำบลปัว ถึงบ้านต้นแหลง หมู่ที่ 2 ตำบลไชยวัฒนา อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบระบายน้ำและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รับมือฤดูฝน
การดำเนินโครงการครั้งนี้มีสาเหตุสำคัญจากสภาพแม่น้ำปัวที่เกิดการตื้นเขินจากการสะสมของตะกอนดิน ทราย และกรวด รวมถึงมีวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในบางช่วง ส่งผลให้ศักยภาพในการระบายน้ำลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำไหลหลากจากพื้นที่ต้นน้ำ

เมื่อช่องทางน้ำมีความสามารถในการรองรับน้ำลดลง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเอ่อล้นตลิ่งและส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ปัญหาตะกอนและการตื้นเขินของลำน้ำไม่ได้ส่งผลเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวเนื่องถึงการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากลำน้ำที่มีความลึกและพื้นที่กักเก็บลดลง ย่อมส่งผลต่อศักยภาพในการเก็บกักน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

ดังนั้น การขุดลอกแม่น้ำปัวจึงมุ่งแก้ปัญหาในเชิงป้องกันและเพิ่มศักยภาพของลำน้ำให้สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งในช่วง “น้ำมาก” และ “น้ำน้อย” โดยเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน และเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง

ขุดลอกกว่า 70,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
เทศบาลตำบลปัวได้ดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำปัว เพื่อกำจัดตะกอนดิน วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการไหลและการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงจากน้ำล้นตลิ่งและอุทกภัย รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำในลำน้ำ

โครงการดังกล่าวใช้รูปแบบ “ขุดลอกต่างตอบแทน” โดยไม่ใช้งบประมาณของเทศบาลตำบลปัว แต่ให้ผู้รับจ้างดำเนินการขุดลอก และนำวัสดุที่ได้จากการขุดลอกไปใช้ประโยชน์เป็นค่าตอบแทน เป็นแนวทางที่ช่วยให้สามารถดำเนินการปรับปรุงลำน้ำได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของท้องถิ่นในส่วนดังกล่าว

สำหรับการดำเนินงานครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถขุดลอกและนำดิน ทราย และกรวดออกจากลำน้ำได้ มากกว่า 70,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือน โดยมุ่งเน้นพื้นที่ที่มีสันดอนและตะกอนสะสม เพื่อเพิ่มความลึกและความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำของแม่น้ำปัว

ต่อยอด “ฝายแก้วโมเดล” จากแม่น้ำน่าน สู่แม่น้ำปัว
นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า การขุดลอกแม่น้ำปัวครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายผลแนวทางบริหารจัดการลำน้ำจากพื้นที่แม่น้ำน่าน โดยเฉพาะแนวทาง “ฝายแก้วโมเดล” ซึ่งได้ดำเนินการในพื้นที่เทศบาลตำบลดู่ใต้ ตำบลกองควาย และพื้นที่อำเภอภูเพียง ก่อนนำแนวทางมาปรับใช้กับแม่น้ำปัว ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาสายสำคัญของแม่น้ำน่าน

แนวทางดังกล่าวมุ่งให้การบริหารจัดการน้ำไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลลำน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่การเปิดทางน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การลดสิ่งกีดขวาง การบริหารพื้นที่กักเก็บน้ำ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากในช่วงฤดูฝน
การดำเนินงานจึงเป็นการปรับสมดุลของระบบน้ำให้สามารถรองรับสถานการณ์ทั้งในช่วงน้ำมากและน้ำแล้ง โดยมุ่งลดความรุนแรงของปัญหาอุทกภัย ขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสในการเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงที่ปริมาณน้ำลดลง

เตรียมขยายผลสู่ลำน้ำสาขา เชื่อมการบริหารจัดการน้ำทั้งจังหวัด
หลังจากดำเนินการในพื้นที่แม่น้ำปัวแล้ว เทศบาลตำบลปัวมีแผนขยายผลความร่วมมือไปยัง เทศบาลตำบลไชยวัฒนา เทศบาลตำบลศิลาแลง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้การดูแลและฟื้นฟูลำน้ำมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันมากขึ้น

จากนั้นจะขยายแนวทางไปยังลำน้ำสายสำคัญอื่นของจังหวัด เช่น ลำน้ำสา และลำน้ำยาว เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำครอบคลุมลำน้ำสาขาที่มีความเชื่อมโยงกับระบบแม่น้ำน่าน และสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

การขยายผลดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญ คือ ไม่รอให้เกิดน้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ให้การดูแลลำน้ำเป็นงานที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสำรวจจุดเสี่ยง การขุดลอก การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การเพิ่มพื้นที่กักเก็บ และการเตรียมระบบรองรับน้ำหลาก

“น้ำมากต้องระบาย น้ำแล้งต้องมีน้ำใช้” เดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
จังหวัดน่านจะเดินหน้าขุดลอกและฟื้นฟูลำน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับการบริหารจัดการน้ำจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การวางระบบในระยะยาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงและความเสียหายจากอุทกภัย และเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำสำหรับประชาชนในช่วงฤดูแล้ง

หัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกฤดูกาล “เมื่อมีน้ำมาก ต้องสามารถระบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถึงฤดูแล้ง ต้องมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร”

การดำเนินงานในแม่น้ำปัวครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการขุดลอกลำน้ำ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดน่าน ที่มุ่งเชื่อมโยงการป้องกันอุทกภัย การฟื้นฟูลำน้ำ และการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง พร้อมลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำในอนาคตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like