สุรินทร์ – วันที่ 7 ตุลาคม 2569 จังหวัดสุรินทร์จัดงานประเพณี “แซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ” สืบสานประเพณีเก่าแก่ของชาวไทยเชื้อสายเขมรอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีช้างงาสวย 8 เชือก นำขบวนแห่เครื่องเซ่นไหว้และขบวนศิลปวัฒนะธรรมพื้นบ้านที่สวยงามและยิ่งใหญ่อลังการเข้าสู่พิธี ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดี เจ้าเมืองคนแรกของสุรินทร์ ท่ามกลางบรรยากาศเข้มขลังและคึกคักเป็นอย่างมาก
สีสันภายในงานอยู่ที่การแข่งขัน “ขูดมะพร้าวแบบโบราณ” ณ ลานเวทีไผทสราญ โดยผู้เข้าแข่งขันทั้งชายและหญิงแต่งกายด้วยผ้าไหมพื้นเมืองสุรินทร์ แบ่งเป็นทีมละ 2 คน ผลัดกันขูดมะพร้าวภายในเวลา 4 นาที ก่อนวัดผลจากน้ำหนักและความสวยงามของมะพร้าวที่ขูดได้

ทันทีที่เริ่มการแข่งขัน แต่ละทีมต่างงัดลีลาและฝีมือกันเต็มที่ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากกองเชียร์รอบเวที สร้างทั้งความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงาน
ที่สำคัญ มะพร้าวที่ขูดได้จากการแข่งขันจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการทำ ข้าวต้มและขนมพื้นบ้าน สำหรับใช้ในพิธีแซนโฎนตาต่อไป สะท้อนการนำกิจกรรมพื้นบ้านมาผูกโยงกับวิถีวัฒนธรรมของชุมชนได้อย่างลงตัว จากนั้นก็จะมาร่วมกันประกอบพิธีแซนโฎนตา ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดี ศรีณรงค์จางวาง เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดสุรินทร์
พิธีแซนโฎนตาปีนี้จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ มีนายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน รับจูนโฎนตาหรือเครื่องเซ่นไหว้ และนำประกอบพิธีบูชาบรรพบุรุษ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเข้มขลัง และคึกคักเป็นอย่างมาก ก่อนที่แต่ละครอบครัวจะแยกย้ายกลับไปประกอบพิธีแซนโฎนตาที่บ้านของตนเอง ในวันที่ 10 ตุลาคม นี้
สำหรับชาวไทยเชื้อสายเขมรในสุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ “แซนโฎนตา” เป็นประเพณีสำคัญในช่วงบุญเดือน 10 เพื่อรำลึกและอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ โดยเชื่อว่าในช่วงดังกล่าวดวงวิญญาณของบรรพบุรุษจะกลับมาเยี่ยมลูกหลาน จึงมีการจัดเตรียมอาหาร ขนม ผลไม้ เครื่องดื่ม เสื้อผ้า และเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อเซ่นไหว้และแสดงความกตัญญู
ทั้งนี้ พิธีแซนโฎนตาของแต่ละครอบครัวจะจัดขึ้นใน วันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 หรือ “วันเบญธม” ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ก่อนลูกหลานจะร่วมรับประทานอาหารและพบปะญาติพี่น้อง ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในการสืบทอดประเพณีและความผูกพันของคนในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น จากนั้นในวันรุ่งขึ้นก็จะพากันนำสิ่งของต่างๆเข้าวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษต่อไป
จ.สุรินทร์

