กาญจนบุรี : ไม่เข็ดหลาบ เพราะทองคำมันมีราคาดี! จนท.อุทยานฯทองผาภูมิ ร่วม ตชด.ขึ้นรถลงเรือเดินลุยป่าเขาบุกจับแก๊งลักลอบร่อนแร่ทองคำ ตะครุบได้ 1 อีก 3 รายอาศัยความมืดและชำนาญเส้นหลบหนีไปได้ จ่อคุกหลายข้อหา

Oplus_16908288

วันนี้ 14 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานฯ และนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เน้นย้ำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่ ทำไม้และล่าสัตว์ป่า และให้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเพื่อพิทักษ์ผืนป่าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกรณีการเข้าไปบุกรุกขุดดินร่อนแร่ทองคำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ บริเวณแปลงตรวจยึดเนื้อที่ 13-3-68 ไร่ ที่ขบวนการลักลอบขุดร่อนแร่ทองคำทำให้เสียหายมาตั้งแต่ประมาณปลายปี พ.ศ.2568-69

จากสถิติที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ จับกุมผู้กระทำความผิด ได้ทั้งหมด 34 คดี ผู้ต้องหา รวม 55 คน แยกเป็นคนไทย 7 คน พม่า 14 คน บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย 6 คน และบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน 28 คน อุปกรณ์ของกลาง 346 รายการ ศาลจังหวัดทองผาภูมิมีคำพิพากษาคดีอาญาถึงที่สุด 18 คดี จำคุก 32 คน ยอดชดใช้ค่าเสียหายมากถึง 1,611,980 บาท โดยผู้ต้องหาที่ถูกจำคุกต่ำสุดคือ 6 เดือน จำคุกสูงที่สุด 3 ปี 10 เดือน โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้บูรณาการร่วมกันป้องกันและปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้ถึงโทษที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีผู้ลักลอบกระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายเลยแม้แต่น้อย

ล่าสุด ระหว่างวันที่ 8-11 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ จากการตรวจสอบกล้องพบว่าที่บริเวณป่าปิล๊อกคี่ หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาช้างเผือก ซึ่งเป็นแปลงตรวจยึด มีกลุ่มบุคคลที่กล้องสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนไม่ต่ำกว่า 10 คน เข้าไปลักลอบขุดดินแร่ทองคำในแปลงตรวจยึดข้างต้น มีทั้งกำลังขุดเจาะและขนออกนอกพื้นที่ เพื่อนำไปร่อนหาแร่ทองคำที่บริเวณลำห้วยที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 700 เมตร

ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานทองผาภูมิ และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 ร่วมกันนำกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปที่จุดที่ได้รับแจ้ง ซึ่งการเดินทางกว่าจะไปถึงต้องไปทั้งทางรถยนต์ ทางเรือ และเดินเท้าลัดเลาไปตามชาบป่ารวมถึงขึ้นลงเขาที่สูงชันสลับซับซ้อน จนกระทั่งเวลา 19.00 น.ของวันที่ 12 ต.ค.จึงเดินทางไปถึงบริเวณลำห้วยจุดที่ใช้ในการร่อนแร่ เมื่อไปถึงพบมีชายจำนวน 4 คนกำลังคุยกันอยู่ที่เพิงพักชั่วคราว

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนปิดล้อมเอาไว้ จากนั้นจึงแสดงตัวพร้อมส่งสัญญาณเพื่อเข้าจับกุม เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่จึงอาศัยความมืดและความชำนาญเส้นทางวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ 1 ราย พร้อมของกลางหลายรายการ เจ้าหน้าที่รอจนกระทั่งรุ่งเช้าของวันใหม่ จึงนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่กระทำความผิดบริเวณยอดเขา ซึ่งเป็นแปลงตรวจยึด

จากนั้นจึงนำตัวออกมาสอบปากคำที่สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ทราบชื่อต่อมาคือ นายจอทูลา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ชาวหมู่ที่ 4 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ของกลาง ดินแร่ น้ำหนัก 8 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง กระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 เกจ จำนวน 6 นัด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และอุปกรณ์ที่ใช้กระทำความผิดอื่นๆรวม 9 รายการ

หลังจากทำบันทึกเรื่องราวแล้วเสร็จจึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ในฐานความผิดบุกรุก แผ้วถาง ทำลายป่าต้นน้ำชั้น 1A และทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่ดินและแร่ธาตุ รวมถึง พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 อีกด้วย ส่วนผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนี 3 ราย เจ้าหน้าที่จะขยายผลติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
/////////////////////////////////////
ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like