ปทุมธานี คลองแปดลำลูกกาอ่วมหนักชาวบ้าน 4,5,6,10,14,17 ได้รับผลกระทบแล้ว นายกเล็กลำลูกกาวอนจังหวัดเร่งประกาศภัยพิบัติก่อนสายเกินแก้

วันที่ 25 กันยายน 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสุภาพ ระดมเล็ก นายกอบต.ลำลูกกาพร้อมด้วยนางสาวชุติมา ระดมเล็ก ส.อบจ.เขตลำลูกกาและเจ้าหน้าที่กองป้องกันสาธารณะภัยได้นำทรายและกระสอบทรายออกแจกจ่ายตามชุมชนที่ติดกับคลอวชลประทานท่ 8 และตามจุดเสี่ยงที่น้ำเอ่อล้นท่วม โดยในขณะที่ทางผู้บริหาร อบต.ลำลูกกา ที่นำกระสอบทรายและทรายไปวางตามจุดต่างๆนั้นปรากฎว่ารถ6ล้อที่ขนทรายไปลงได้ติดหล่มโคลนที่น้ำเอ่อท่วมมาทำให้ไม่สามารถนำรถออกมาได้จึงต้องนำรถ 10 ล้อมาทำการดึงออกโดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงจึงสามารถนำรถออกมาได้อย่างทุลักทุเล

นายสุภาพ ระดมเล็ก นายก อบต. ลำลูกกา กล่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า การนำรถบรรทุกทรายเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนริมคลองกำลังประสบปัญหา เนื่องจากถนนหลายสายเป็นถนนภายในชุมชนและไม่รองรับน้ำหนักรถบรรทุก ทำให้รถพร้อมทรายติดหล่มและต้องนำรถเครนเข้ามาลาก ส่งผลให้การลำเลียงทรายล่าช้ากว่าที่ควร ถึงการช่วยเหลือจะสะดุดลงบางส่วน แต่ยังคงมีรถอีกหลายคันปฏิบัติภารกิจอยู่ เพียงแต่ต้องเสียเวลาไปกับการกู้รถที่ติดหล่ม ทำให้การเข้าถึงผู้ประสบภัยไม่รวดเร็วเหมือนเดิม

สำหรับพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ หมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 10 หมู่ 14 และหมู่ 17 ซึ่งอยู่บริเวณคลองหกวา เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้าน ในด้านการช่วยเหลือนั้น มีประชาชนยื่นคำร้องขอทรายแล้วประมาณ 30 หลังคาเรือน โดย อบต. ได้ทยอยนำทรายและกระสอบทรายแจกจ่ายให้ชาวบ้าน เพื่อนำไปกรอกและสร้างแนวป้องกันน้ำด้วยตนเอง เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ ขณะที่ทรายถูกแจกจ่ายออกไปแล้วเป็นจำนวนหลายพันกระสอบ

อีกทั้งหากฝนยังตกต่อเนื่อง สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำติดกับกรุงเทพมหานคร โดยประตูระบายน้ำฝั่งกรุงเทพฯ ยังคงปิด เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าพื้นที่เมือง ทำให้ต้องอาศัยการสูบน้ำจากคลอง 7 คลอง 8 และคลอง 9 ออกไปทางจังหวัดนครนายกและฉะเชิงเทราและหากการเร่งสูบน้ำมากเกินไปจะส่งผลให้น้ำไปท่วมพื้นที่ปลายทาง จึงต้องทยอยระบายน้ำ ทำให้การลดระดับน้ำในพื้นที่คลอง 8 เป็นไปอย่างล่าช้า และตนคิดว่าเป็นสถานการณ์ที่หน่วยงานต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสียหายในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ตนเองกังวลต่อเกษตรกรที่ยังเก็บเกี่ยวข้าวไม่แล้วเสร็จ เพราะหากมีการผลักดันน้ำออกไปมากขึ้น อาจทำให้นาข้าวในพื้นที่ปลายทางได้รับความเสียหายหลายพันไร่ และเกิดข้อร้องเรียนจากประชาชนตามมาอีกได้ ดังนั้นตนเองจึงฝากถึงอำเภอ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งพิจารณาประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อให้ทางหน่วยงานท้องถิ่นได้สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท้วงที ซึ่งขณะนี้ หน่วยงานท้องถิ่น นั้นทำการช่วยเหลือแค่ในเบื้องต้น เช่น การแจกทรายและกระสอบทรายเท่านั้น เนื่องจากการใช้งบประมาณและมาตรการช่วยเหลือเต็มรูปแบบต้องอาศัยการประกาศภัยพิบัติอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่าหากฝนยังตกต่อเนื่อง สถานการณ์จะยิ่งน่าเป็นห่วงและควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว.

You May Also Like