ลุ้นทรัพย์สิน 9 ล้าน! “แม่ภัทร” หอบตู้เซฟถึง สน.วังทองหลาง แต่ยังเปิดไม่ได้ วอนลูกชายส่งกุญแจคืน หากเบี้ยวจ่อออกหมายเรียก

นางสาวณภัทร หรือ “แม่ภัทร” พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอด ได้เดินทางมายัง สน.วังทองหลาง พร้อมตู้เซฟขนาดใหญ่หนักจนต้องใช้คนถึง 8 คนยกขึ้นรถ หลังประสานนิติบุคคลนำออกมาจากที่พัก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้บันทึกวิดีโอไว้ทุกขั้นตอน เพื่อความโปร่งใสและใช้เป็นหลักฐาน

แม่ภัทรเปิดเผยว่า ระหว่างเคลื่อนย้ายพยายามฟังเสียงภายในตู้ว่ามีทรัพย์สินกระทบกันหรือไม่ แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไร จึงเริ่มทำใจไว้บ้างแล้ว โดยทรัพย์สินภายในมีมูลค่าตามราคาปัจจุบันกว่า 9 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทองคำและของมีค่า ซึ่งตนจำรายการได้ราว 90% และมีหลักฐานภาพถ่ายเก็บไว้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังเปิดตู้เซฟไม่ได้ เนื่องจาก “นายเบนซ์” ลูกชาย ยังไม่นำกุญแจมาคืน และไม่ทราบว่ามีการแอบเปลี่ยนรหัสหรือไม่ แม้จะทราบรหัสเดิมก็ตาม ทั้งนี้ ได้ประสานผ่านนิติบุคคลให้ลูกชายนำกุญแจมาส่งมอบ ซึ่งได้รับแจ้งว่าอาจนำมาให้ได้ในช่วงบ่ายถึงเย็นวันนี้
ที่ผ่านมา แม่ภัทรพยายามโทรศัพท์หาลูกชายทุกวันเพื่อขอให้รับสาย นำกุญแจมาคืน และต้องการนำทรัพย์สินออกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนกรณีที่ลูกชายโทรแจ้งนิติบุคคลขัดขวางการย้ายตู้เซฟเมื่อช่วงเช้านั้น ตำรวจชี้แจงว่าตู้เซฟถูกนำมาคืนแล้ว ไม่ใช่หน้าที่ตำรวจในการยก แต่ให้ระวังอย่าให้ทรัพย์สินเสียหาย

ทั้งนี้ หากลูกชายยังไม่ยอมนำกุญแจมาคืน ตำรวจพร้อมดำเนินการออกหมายเรียกตามขั้นตอน แต่เนื่องจากเกรงว่ากระบวนการจะล่าช้า ตนจึงเตรียมปรึกษาตำรวจเพื่อขอจ้างช่างกุญแจมาเปิดต่อหน้าเจ้าหน้าที่พร้อมอัดคลิปเป็นหลักฐาน

แม่ภัทรย้ำว่า ก่อนหน้านี้พยายามเจรจาขอคืนบ้าน โรงงาน และตู้เซฟมาโดยตลอด ไม่ได้ต้องการให้เรื่องบานปลายจนต้องแจ้งความ แต่ลูกชายกลับเลื่อนนัดมาเรื่อยๆ และนำทรัพย์สินมาคืนเพียงเล็กน้อย เช่น แหวนและต่างหูไม่กี่วง ซึ่งตนมั่นใจว่าทรัพย์สินจริงมีมากกว่านั้น

นอกจากนี้เมื่อพยายามเข้าไปพูดคุยที่โรงงานกลับถูกฝั่งครอบครัวลูกสะใภ้ขัดขวาง ซึ่งหากเปิดตู้เซฟออกมาแล้วพบว่าทรัพย์สินสูญหายหรืออยู่ไม่ครบ ก็พร้อมแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมายทันที
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันยกตู้เซฟเข็นเข้าไปเก็บรักษาไว้ภายในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สน.วังทองหลาง เพื่อความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว

You May Also Like