
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569) เวลา 13.30 น นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าว DSI เปิดปฏิบัติการ Black Research รวบพนักงานโรงแรม แอบอ้างทำวิจัยเพศวิถีฯ หลอกเด็กมัธยมส่งภาพลามก - บันทึกกิจกรรมทางเพศ เร่งขยายผลช่วยเหลือผู้เสียหาย ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารกระทรวงยุติธรรม
ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เจ้าหน้าที่ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กองปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ร่วมกับองค์กร OUR RESCUE จับกุม นายบัญชา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ตามหมายศาลอาญา ที่ 5933/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ในคดีพิเศษที่ 18/2569 โดยจับกุมได้ที่บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเจริญนคร กรุงเทพมหานคร หลังสืบสวนพบพฤติการณ์ต้องสงสัยว่า ใช้เอกสารมหาวิทยาลัยปลอม สร้างบัญชี
LINE ปลอมเป็นชื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยหลายแห่งเพื่อหลอกลวงนักเรียนชายระดับมัธยมศึกษาหลายราย
ซึ่งในขณะเกิดเหตุมีอายุตั้งแต่ 15 – 17 ปี ให้เข้าร่วมโครงการวิจัยเกี่ยวกับเพศ โดยหลอกลวงให้ส่งภาพและคลิปวิดีโอลามกอนาจารของผู้เสียหายส่งให้ทางออนไลน์ รวมถึงชักจูงให้ไปพบตามสถานที่ต่าง ๆ บังคับหลอกลวง
ให้มีเพศสัมพันธ์ โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิจัย จากการตรวจค้นจับกุมพบไฟล์ลามกอนาจารมากกว่า 5,000 ไฟล์ ประกอบด้วยภาพลามกเด็กกว่า 3,000 ไฟล์ และลามกผู้ใหญ่ ประมาณ 2,000 ไฟล์
คณะพนักงานสอบสวนจึงยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
ไอแพด จำนวน 1 เครื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งศาลอาญาในวันที่ 14 ตุลาคม เวลา 14.45 น. เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ต่อไป
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 องค์กร OUR RESCUE ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ได้ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบ หลังผู้เสียหายเข้าร้องขอความช่วยเหลือว่าชายรายหนึ่งชื่อ “นายบัญชา” มีพฤติการณ์หลอกลวงนักเรียนสมัยมัธยมศึกษาโรงเรียนชื่อดังจำนวนหลายรายให้ส่งภาพและวิดีโอลามกอนาจาร โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยด้านเพศวิถีและการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อปี 2562 โดยนายบัญชาฯ ได้ติดต่อผู้เสียหายที่รู้จักจากโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง และชักชวนให้ตอบแบบสอบถามออนไลน์เกี่ยวกับเพศวิถีและประสบการณ์ส่วนบุคคล โดยอ้างว่าจะนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวิจัยของมหาวิทยาลัย ต่อมานายบัญชาฯได้ปลอมแปลงเอกสารของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และสร้างบัญชี LINE ปลอมโดยใช้ชื่อของอาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อติดต่อกับผู้เสียหาย ซึ่งอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จากนั้นเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ส่งภาพและคลิปวิดีโอเปลือยของตนเอง รวมถึงบันทึกภาพขณะทำกิจกรรมทางเพศตามคำขอ
หรือคำสั่งที่ได้รับผ่าน LINE ดังกล่าว นอกจากนี้ ผู้เสียหายรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ถูกนัดหมายให้ไปพบนายบัญชาฯ ตามสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงที่บ้านพักอ้างว่าเป็นขั้นตอนของการเก็บข้อมูลวิจัย และชักจูงให้มีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง โดยกล่าวอ้างว่าเป็นกระบวนการที่อาจารย์ผู้วิจัยกำหนดไว้ และข่มขู่เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายไม่กล้าถอนตัวจากโครงการ พร้อมแสดงเอกสารที่อ้างว่าเป็นเอกสารของมหาวิทยาลัย
ในชั้นนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้แจ้งข้อหานายบัญชาฯ ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดและลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ปลอมเอกสารราชการ ใช้หรืออ้างเอกสารปลอมหรือเอกสารราชการปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน บันทึกและส่งต่อซึ่งภาพหรือเสียงการกระทำชำเราหรือการกระทำอนาจารที่บันทึกนั้นไว้เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใด ครอบครองและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา
สำหรับผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับคดีพิเศษดังกล่าว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ประสาน
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อขอรับเงินเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน
และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 อีกส่วนหนึ่งด้วยแล้ว

