
จากกรณีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ“พิทักษ์กุหลาบตูม” นำหมายศาลบุกเข้าทำการจับกุมทลายขบวนการค้ามนุษย์บังคับใช้แรงงานเด็ก เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ที่ ซอยรามคำแหง 122 และ ซอยรามคำแหง 120
แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม.
ช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ชาวเมียนมา จำนวน 8 ราย ดังนี้
เด็กหญิงอายุ 5 ปี จำนวน 1 ราย
เด็กหญิงอายุ 12 ปี จำนวน 3 ราย
เด็กชายอายุ 14 ปี จำนวน 1 ราย
เด็กสาวอายุ 15 ปี จำนวน 1 ราย
เด็กสาวอายุ 18 ปี จำนวน 1 ราย
หญิงสาวอายุ 28 ปี จำนวน 1 ราย
มีรายงานว่า ผู้เสียหายทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM เพื่อสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหาย โดยทีมสหวิชาชีพจากหลายหน่วยงาน ซึ่งพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ผู้เสียหายทั้งหมดถูกทำร้ายร่างกายทั้งการข่มขู่ การตบตี การชกที่ใบหน้า การใช้ของเข็งฟาด รวมไปถึงการใช้ช้อนบนไฟนาบ ทำให้เกิดบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งยังพบรอยแผลอยู่บนร่างกายของเด็กผู้เสียหายบางราย โดยทีมสหวิชาชีพได้ ส่งข้อมูลหลักฐานทั้งหมดนี้ให้กับพนักงานสอบสวนสน. บางชัน เพื่อประกอบการดำเนินคดีแล้ว
นอกจากนี้จากการสอบปากคำผู้ถูกจับกุมยังพบข้อมูลเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องช่วยเหลือขบวนการค้ามนุษย์นี้ โดยพบหลักฐานในแชท LINE ของผู้ต้องหารายหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายจะแจ้งวันเวลาที่จะมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆจะเข้ามาตรวจในย่านข้าวสารซึ่งเป็นที่ผู้ต้องหาพาเด็กไปเร่ขายดอกไม้ เพื่อให้ผู้ต้องหาได้พาเด็กหลบออกไป และยังมีหลักฐานการส่งผลการตรวจสอบพิกัด(เช็คเบสโทรศัพท์) ของผู้เสียหายที่หนีออกมา ให้กับผู้ต้องหาเพื่อติดตามหาตัวผู้เสียหาย
ซึ่งทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์
และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ได้มีคำสั่งให้ประสานสำนักงานปปท.ขยายผลเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์ และตรวจสอบความถูกต้องที่มาของเอกสารประจำตัวผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย
มีรายงานว่าเด็กผู้เสียหาย จะถูกนำตัวไปเร่ขายดอกไม้ น้ำส้ม และพวงมาลัย ในย่านที่มีคนพลุกพล่าน เช่นตามร้านอาหาร และย่านถนนข้าวสารซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในกทม.
ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเรื่อยไปจนกลับมาถึงที่พักในเวลาตี 4
โดยล่าสุด ผู้เสียหายทั้ง 8 ราย ได้อยู่ในความดูแล พักพิง และฟื้นฟู ของทางกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์(พม.) แล้ว
จากการสอบถามเด็กผู้เสียหาย ให้การว่า ถูกขบวนการนำพาเข้ามาจากชายแดนอำเภอแม่สอด โดยจะให้ท่องชื่อเวลาถูกเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจถาม ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้
ดังนั้นตัวผู้นำพาจะให้เด็กแกล้งหลับบนรถเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะไม่ปลุกขึ้นมาซักถาม พร้อมทั้งได้จัดเตรียมเอกสาร ที่ได้มาโดยมิชอบนั้นแสดงกับเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอ ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในท้องที่ รวมถึงประชาชน ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเด็กมาเร่ขายขายของโดยเฉพาะในยามวิกาล
มีพฤติกรรมอันน่าสงสัย ขอให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ หรือหากเป็นประชาชนพบ ขอให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตรวจสอบ จะได้ช่วยลดปัญหา การค้ามนุษย์ด้านการบังคับใช้แรงงานให้เบาบางลงไป

