กาญจนบุรี : สภาพน้ำบ่อพลอยเริ่มลดแล้ว ในเขตเทศบาลเมืองน้ำทรงตัว!! เขื่อนศรีฯ รับน้ำได้อีก 2% ของความจุ ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ รับได้ 3.17% ถนนหลายสายรถยังผ่านไม่ได้ ด้าน ทหาร นพค.11 นำเครื่องจักรลุยฟื้นฟูผิวจราจร หลังดินถล่มจากภูเขา

วันนี้ 16 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ รายงานสถานการณ์น้ำ ปัจจุบันเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำกักเก็บ 17,511 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 98 % ของความจุอ่างเก็บน้ำ สามารถรับน้ำได้อีก 234 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 2%ของความจุ ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำจาก CCTV เขื่อนศรีนครินทร์ https://snrdam.egat.co.th/index.php/cctvsnr
เว็บไซต์ติดตามสถานการณ์น้ำ https://water.egat.co.th/ อัปเดตข้อมูลระดับน้ำและสถานการณ์น้ำ ทุกวัน แอปพลิเคชัน EGAT ONE รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android อัปเดตข้อมูล ทุก 1 ชั่วโมง IOS : https://apps.apple.com/th/app/egat-one/id1540059625
Android : https://play.google.com/store/apps/details…
สามารถติดตามข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำไหลเข้า อัตราการระบายน้ำ และข้อมูลสถานการณ์น้ำที่สำคัญ ได้ผ่านทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน EGAT ONE เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง

ด้านเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ รายงานสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ ประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 00.00 น.มีปริมาณน้ำกักเก็บในอ่าง 8,579.34 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 96.83% ของความจุอ่างเก็บน้ำ สามารถรับน้ำได้อีก 280.65 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 3.17% ของความจุ โดยจะมีการเผยแพร่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ โทร. 0 3459 8031 หรือ 0 3459 9077 ต่อ 3110, 3111 หรือติดตามข้อมูลผ่าน Application EGAT One ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงเช้าที่บริเวณทางลงมอเตอร์เวย์ M81 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่บ้านห้วยตลุง ตำบลหนองขาว อำเอภท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

พร้อมกันนี้ ได้เข้าเยี่ยมบ้านประชาชนผู้ประสบอุทกภัย เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ ให้กำลังใจ และติดตามความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยจังหวัดกาญจนบุรียังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 11 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย (ศบภ.นพค.11 สนภ.1 นทพ.) เร่งฟื้นฟูเส้นทางประสบภัยดินโคลนถล่ม มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน สนับสนุนภารกิจการปฏิบัติภารกิจของฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136 ด้วยการจัดกำลังพล จำนวน 5 นาย พร้อมรถลากจูงพร้อมพ่วงชานต่ำ จำนวน 1 คัน รถขุดตัก จำนวน 1 คัน และรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 1 คัน

เข้าดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ประสบภัยบริเวณบ้านบ้องตี้น้อย หมู่ 8 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่ พบดินและโคลนไหลทับถมบริเวณเส้นทาง ส่งผลให้ตลิ่งและไหล่ทางบางส่วนพังทลาย

หน่วยจึงเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมและฟื้นฟูเส้นทางให้สามารถกลับมาใช้สัญจรได้ตามความเหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้า–ออกพื้นที่ ตลอดจนลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ต่อไป

สำหรับสถานการณ์น้ำภายในแม่น้ำแควใหญ่ บริเวณหน้าน้ำวัดทุ่งลาดหญ้า ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จากการระบายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาช่วงเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ขอให้ผู้อยู่ท้ายน้ำใช้ความระมัดระวังผู้ประกอบการรีสอร์ทที่มีห้องหรือแพพักควรยกของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันไว้ก่อน

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรีได้ขับรถยนต์จากแยกอู่ทองตัดทางรถไฟไปตามถนนพัฒนากาญจน์-ตลาดเรดซิตี้ มุ่งหน้าไปทางศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี พบว่าระดับน้ำยังสูงบางจุดเกือบท่วมล้อรถยนต์ ต้องขับไปอย่างช้าๆส่วนรถจักรยนต์ไม่สามารถผ่านไปได้

พันตำรวจเอกพิทักษ์ ว่องพานิช ผู้กำกับสภ.ท่าม่วง สั่งการให้ ร้อยตำรวจเอกเสกสรร รัมมะอรรถ รอง สาราวัตรจราจรสภ.ท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกำลังออกสำรวจพื้นที่รับผิดชอบพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราบริเวณจุดที่ยังคงมีน้ำท่วมขังบนถนน โดยเฉพาะบริเวณถนนแสงชูโต(323) ช่วงด้านหน้าบริษัทยงเฮ้าส์ก่อนถึงแยกหนองตาบ่ง อำเภอท่าม่วง ขาเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี เนื่องจากมีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนน 2 ช่องการจราจร

สำหรับวันนี้ 16 ต.ค. 2569 เวลา 16.00 น.ในอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ระดับน้ำเริ่มลดลง โดยนายชวโรจน์ มากแก้ว นายอำเภอบ่อพลอย/ผู้อำนวยการอำเภอ ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงอำเภอบ่อพลอยตรวจสอบสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ลำห้วยตะเพิน ในพื้นที่อำเภอบ่อพลอย ปรากฏข้อมูลน้ำล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบล 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 17 หมู่บ้าน รวม ประมาณ 277 หลังคาเรือน

ได้รับการยืนยันข้อมูลจากศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่นทุกแห่งไม่ปรากฏประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงสิ่งของใช้ในครัวเรือนที่เก็บเคลื่อนย้ายไม่ทันเสียหายบางส่วน ในขณะนี้สถานการณ์น้ำ ในห้วยลำตะเพิน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของอำเภอบ่อพลอย น้ำ เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงท่วมขังบ้านเรือนประชาชนอยู่

อำเภอบ่อพลอย ยังเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องโดยมีกำนันผู้ใหญ่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ. เข้าตรวจสอบช่วยเหลือบ้านเรือนที่น้ำท่วม ทุกหลังคาเรือนโดยไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like