น่านผนึกกำลัง 4 ฝ่าย เดินหน้าทวงความเป็นธรรมให้กลุ่ม อสม.นาน้อย กรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร KOREA PURE ย้ำชัด “ไกล่เกลี่ยต้องไม่ใช่การประวิงเวลา ผู้เสียหายต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างเป็นรูปธรรม”


“การไกล่เกลี่ยมีไว้เพื่อหาทางออก ไม่ใช่เพื่อยืดเวลา ความเป็นธรรมของผู้เสียหายต้องไม่ถูกเลื่อนออกไปอย่างไร้จุดหมาย”

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมมิ่งเมือง อาคารบูรณาการยุติธรรม จังหวัดน่าน ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติ เดินหน้าประสานความร่วมมือเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาและทวงถามความเป็นธรรมให้แก่กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ซึ่งร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคเรียเพียว (KOREA PURE)

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์จังหวัดน่าน สำนักงานยุติธรรมจังหวัดน่าน ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค

นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต 2 ทั้ง 4 ฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการสนับสนุนให้กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย และมีโอกาสได้รับการเยียวยาความเสียหายอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และไม่ล่าช้าเกินสมควร โดยยึดประชาชนและผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบเป็นศูนย์กลาง
คู่กรณีไม่เข้าร่วมไกล่เกลี่ยตามนัด แม้ยังไม่มีข้อยุติ แต่การติดตามความเป็นธรรมต้องเดินหน้าต่อ

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างกลุ่มผู้เสียหายกับบริษัทคู่กรณี อย่างไรก็ตาม ทนายความผู้แทนบริษัทไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยตามกำหนดนัดหมาย โดยแจ้งเหตุว่าติดภารกิจเร่งด่วน ส่งผลให้การเจรจาเพื่อหาข้อยุติและกำหนดแนวทางเยียวยาความเสียหายยังไม่สามารถดำเนินการได้ในครั้งนี้
แม้การไกล่เกลี่ยจะยังไม่เกิดผล แต่หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมเห็นตรงกันว่า การไม่ได้ข้อยุติในการนัดหมายครั้งหนึ่ง ไม่ควรเป็นเหตุให้การช่วยเหลือผู้เสียหายต้องหยุดชะงัก หรือทำให้ประชาชนต้องรอคอยความเป็นธรรมออกไปโดยไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน
การไกล่เกลี่ยเป็นกระบวนการสำคัญในการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี เปิดโอกาสให้คู่กรณีได้พูดคุย แลกเปลี่ยนข้อเท็จจริง และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่หัวใจสำคัญของกระบวนการดังกล่าวต้องประกอบด้วยความจริงใจ ความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วมของคู่กรณี และความชัดเจนในการดำเนินการ
การไกล่เกลี่ยต้องไม่กลายเป็นเครื่องมือในการซื้อเวลา เพราะทุกวันที่ผ่านไปอาจหมายถึงภาระและความเดือดร้อนที่ผู้เสียหายต้องแบกรับต่อไป
ดังนั้น การเจรจาต้องมีกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม มีความคืบหน้าที่ตรวจสอบได้ และมีข้อเสนอที่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้จริง หากไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ ผู้เสียหายต้องยังคงมีสิทธิเลือกใช้ช่องทางทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมตามสิทธิที่กฎหมายรับรอง
3 แนวทางสำคัญ เดินหน้าคุ้มครองสิทธิ ไม่ปล่อยให้ความเป็นธรรมต้องรออย่างไร้กำหนด
ภายหลังการหารือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดแนวทางดำเนินงานต่อเนื่อง 3 ประการ ดังนี้

  1. กำหนดกรอบเวลาให้บริษัทคู่กรณีแจ้งแนวทางการไกล่เกลี่ยและเยียวยา ให้ทนายความผู้แทนบริษัทคู่กรณีแจ้งแนวทางการไกล่เกลี่ยและข้อเสนอในการเยียวยาความเสียหาย ตามประเด็นที่กลุ่มผู้เสียหายได้เสนอไว้ต่อสำนักงานยุติธรรมจังหวัดน่าน ภายในวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มผู้เสียหายได้รับทราบท่าทีและข้อเสนอที่ชัดเจน สามารถนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
    การกำหนดกรอบเวลาดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะกระบวนการไกล่เกลี่ยไม่ควรดำเนินไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ควรมีระยะเวลาและเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถวางแผนการดำเนินการและตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิของตนเองได้อย่างเหมาะสม
  2. ติดตามผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ติดตามผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร KOREA PURE จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อนำข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการพิจารณา ทั้งในประเด็นความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ คุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนข้อเท็จจริงที่อาจเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของผู้ประกอบการตามกฎหมาย
    ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จะเป็นข้อมูลสำคัญในการประกอบการพิจารณาสิทธิของผู้บริโภคและแนวทางการดำเนินการต่อไป โดยต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ตรวจสอบได้
  3. เตรียมความพร้อมดำเนินคดี หากการไกล่เกลี่ยไม่สามารถนำไปสู่ความเป็นธรรม ให้ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากกลุ่มผู้เสียหาย ดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาใช้สิทธิทางกฎหมายและดำเนินคดีแทนผู้บริโภคตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง หากการเจรจาไม่สามารถนำไปสู่ข้อยุติที่เหมาะสม หรือข้อเสนอการเยียวยาไม่สอดคล้องกับความเสียหายและสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ
    แนวทางดังกล่าวเป็นการสร้างหลักประกันให้ผู้เสียหายมีทางเลือกในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องผูกติดอยู่กับการเจรจาที่ไม่มีความคืบหน้า และไม่ต้องสูญเสียโอกาสในการใช้สิทธิตามกฎหมายเพียงเพราะยังอยู่ระหว่างรอการไกล่เกลี่ย

ย้ำจุดยืน “เจรจาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่เจรจาเพื่อประวิงเวลา ความเป็นธรรมต้องมีคำตอบ”
ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่านยืนยันว่า การไกล่เกลี่ยเป็นแนวทางที่ควรสนับสนุน เพราะเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้หาทางออกร่วมกันโดยสันติวิธี ลดความขัดแย้ง และอาจช่วยให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาโดยไม่ต้องใช้เวลาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีที่ยาวนาน
อย่างไรก็ตาม การไกล่เกลี่ยที่มีประสิทธิภาพต้องไม่ใช่เพียงการนัดหมายประชุมหรือการเลื่อนกำหนดเจรจาไปเรื่อย ๆ แต่ต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจัง มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม และมีความคืบหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบได้
หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถเข้าร่วมตามนัดหมายได้ ควรมีการแจ้งเหตุและกำหนดแนวทางดำเนินการครั้งต่อไปอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ภาระจากการรอคอยตกอยู่กับผู้เสียหายเพียงฝ่ายเดียว

หลักความเป็นธรรมต้องไม่ใช่เพียงคำพูด แต่ต้องปรากฏเป็นผลลัพธ์ที่ผู้เสียหายสามารถเข้าถึงได้จริง
ในกรณีนี้ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่านให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของกลุ่ม อสม.นาน้อย โดยจะดำเนินการตั้งแต่การรับเรื่องร้องเรียน การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การติดตามผลตรวจสอบผลิตภัณฑ์ การเจรจาไกล่เกลี่ย ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินคดีตามกฎหมายเมื่อมีความจำเป็น
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์จังหวัดน่าน สำนักงานยุติธรรมจังหวัดน่าน ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน และผู้แทนประชาชนในฝ่ายนิติบัญญัติ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานระหว่างภาคประชาชนกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงความยุติธรรม และทำให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ
การคุ้มครองผู้บริโภคที่แท้จริงจึงไม่ควรสิ้นสุดเพียงการรับเรื่องร้องเรียน การรับปากว่าจะตรวจสอบ หรือการจัดให้มีการเจรจาเท่านั้น แต่ต้องมุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหาและการเยียวยาที่เหมาะสมตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย
ความเป็นธรรมต้องเดินหน้า ผู้เสียหายต้องไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่านขอส่งกำลังใจให้กลุ่ม อสม.นาน้อย และผู้ได้รับผลกระทบทุกคน พร้อมยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักข้อเท็จจริง ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
เพราะผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบไม่ควรต้องแบกรับความเสียหายและความวิตกกังวลเพียงลำพัง และไม่ควรต้องรอคอยคำตอบจากกระบวนการเจรจาอย่างไม่มีกำหนด
“ไกล่เกลี่ยได้ แต่ต้องมีกรอบเวลา เจรจาได้ แต่ต้องมีความคืบหน้า และหากตกลงกันไม่ได้ ผู้เสียหายต้องไม่ถูกปิดกั้นสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรม”
“ทุกปัญหาผู้บริโภค เราพร้อมหาทางออก จากต้นทางถึงปลายทาง เพื่อความเป็นธรรมของทุกคน”
ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน
หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค
“สังคมดีขึ้นได้ แค่คุณไม่นิ่งเฉย”

#SAVEอสมนาน้อย #ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน #สภาองค์กรของผู้บริโภค #KOREAPURE #คุ้มครองผู้บริโภค #ไกล่เกลี่ยต้องไม่ประวิงเวลา #ความเป็นธรรมต้องมีคำตอบ #เข้าถึงความยุติธรรม #จังหวัดน่าน #สังคมดีขึ้นได้แค่คุณไม่นิ่งเฉย

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like