
วันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่สหกรณ์การเกษตรห้วยมะนาว ต.ดอนเปา อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 9 พรรคกล้าธรรม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปล่อยคาราวานหอมหัวใหญ่ กิจกรรมกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิต ภายใต้แคมเปญ “รักนะจึงให้หอม (หอมหัวใหญ่) เชียงใหม่เน้อจ้าว” ของสหกรณ์การเกษตร 4 แห่ง จำนวน 12 คัน สู่ตลาดปลายทาง 56 จังหวัด เพื่อกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่คุณภาพดีจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค บรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาด สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่
โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าที่ ร.ต.วิทยา โปทาศรี นายอำเภอแม่วาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการสหกรณ์ และเกษตรกร อ.แม่วาง และ อ.สันป่าตอง เข้าร่วมจำนวนมาก
บรรยากาศภายในงาน นายนเรศได้มอบนโยบายและเปิดกิจกรรมกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกสู่ตลาด ผ่านขบวนการสหกรณ์รวม 50 ตัน มูลค่า 872,450 บาท พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนโยบาย CPD DRIVE และชิมเมนูอาหารจากหอมหัวใหญ่ รวมถึงสินค้าสหกรณ์
นายนเรศเปิดเผยว่า ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวปีการผลิต 2568/2569 คาดว่าจะมีผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกสู่ตลาดประมาณ 25,000 ตัน จึงมีแผนพยุงราคา 20,000 ตัน และขณะนี้ได้กระจายผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 505 ตัน ส่วนที่เหลือจะกระจายผ่านระบบสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะวันนี้ได้ปล่อยคาราวานกว่า 50 ตัน เพื่อช่วยยกระดับราคาผลผลิตให้สูงขึ้นตามกลไกตลาด
ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาปุ๋ยสูงขึ้น เนื่องจากประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศเกือบ 100% จึงต้องใช้ระบบสหกรณ์เข้ามาช่วยเหลือสมาชิกในเชิงรุก เพื่อลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร
สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านต่าง ๆ เช่น ข้าว ลำไย และแหล่งน้ำ นายนเรศระบุว่า รัฐบาลรักษาการยังเหลือเวลาทำงานอีกประมาณ 2–3 เดือน หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหาร เชื่อว่าการดูแลและช่วยเหลือเกษตรกรจะยังดำเนินต่อไปตามแผนและยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ไม่น่าจะได้รับผลกระทบ
ด้านนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า การ Kick Off ปล่อยรถบรรทุกหอมหัวใหญ่ครั้งนี้ เป็นการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคานำตลาดกิโลกรัมละ 8 บาท จำนวน 50 ตัน ผ่านสหกรณ์ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง จำกัด สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา จำกัด สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่แม่วาง จำกัด และสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่พร้าว จำกัด การเชื่อมโยงเครือข่ายดังกล่าวช่วยนำผลผลิตออกจากแหล่งผลิตต้นทาง และผลักดันราคาหอมหัวใหญ่ให้ปรับตัวสูงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ที่สำคัญของประเทศ ในปีการผลิต 2568/2569 มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 5,150 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก 1,331 ครัวเรือน คาดการณ์ผลผลิตรวมกว่า 25,163 ตัน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่วาง มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,900 ไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตกว่า 9,500 ตัน
ทั้งนี้ ผลผลิตหอมหัวใหญ่เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยการรับซื้อแบบเหมาสวนและไม่คัดขนาด เฉลี่ยกิโลกรัมละประมาณ 5 บาท
/ปราการ/เชียงใหม่/

