
วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมคณะกรรมาธิการ ประกอบด้วย นายจิระศักดิ์ ชูความดี ประธานอนุกรรมาธิการด้านการจัดทรัพยากรทางบก น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มลพิษและสิ่งแวดล้อม และนายสัมพันธ์ วิเศษชัยจินดา โฆษกคณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ สถาบันคชบาลแห่งชาติ อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เพื่อศึกษาการดูแลสวัสดิภาพช้าง และแนวทางจัดทำพื้นที่กันชน (Buffer Zone) ระหว่างคนกับช้างป่า
โดยมี น.สพ.ทวีโภค อังควานิช หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ช้าง และว่าที่ร้อยโทสัมฤทธิ์ แพทย์เพียร ผู้จัดการส่วนการเรียนรู้และประชาสัมพันธ์ ให้การต้อนรับและบรรยายข้อมูล
น.สพ.ทวีโภค เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถาบันคชบาลแห่งชาติ มีพื้นที่ดูแลช้างแบ่งเป็น 9 โซน เช่น โซนช้างตกมันที่ต้องแยกดูแลเป็นพิเศษ และโซน “ปางบุญ” ที่เลี้ยงช้างแบบปล่อยเป็นโขลง รวมมีช้างต้นและช้างสำคัญ 14 เชือก และช้างในความดูแลกว่า 110 เชือก โดยมีเพียงประมาณ 50 เชือกที่ใช้ในกิจกรรมท่องเที่ยว
ส่วนแหล่งอาหารของช้าง มีพื้นที่ปลูกพืชอาหารรวม 13 แปลง พื้นที่ประมาณ 97 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกหญ้าเนเปียร์ลูกผสม ให้ผลผลิตเดือนละประมาณ 30–50 ตัน แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องรับผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่เพิ่มอีกวันละประมาณ 10 ตัน
ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า พื้นที่ปลูกอาหารช้าง 97 ไร่ ของสถาบันคชบาล สามารถนำไปเป็นต้นแบบการจัดทำ พื้นที่กันชน (Buffer Zone) ระหว่างชุมชนกับป่า เพื่อแก้ปัญหาช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะกรณี “สีดอหูพับ” ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้
แนวคิดดังกล่าวคือการปลูกหญ้าและพืชอาหารช้าง เช่น ไผ่ บนพื้นที่ระหว่างที่ดินของรัฐกับป่าอนุรักษ์ เพื่อให้ช้างมีอาหารเพียงพอ ลดการเข้าพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการนำลูกช้างบางส่วนออกมาฟื้นฟูและดูแลในพื้นที่ที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์
นายชีวะภาพยังระบุด้วยว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าจะยังคงมีต่อไปอีกยาวนาน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการแก้ไขอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเตรียมผลักดันงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดูแลสวัสดิภาพช้าง เนื่องจากปัจจุบันสถาบันคชบาลแห่งชาติมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ขาดทุนปีละเกือบ 30 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังเตรียมพิจารณาตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาการจัดทำพื้นที่กันชนระหว่างคนกับช้างป่าอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน

