จังหวัดน่านเร่งวางมาตรการเข้ม หลังเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสารเถ้าลอย หรือฟลายแอช พลิกคว่ำบนทางหลวงหมายเลข 101 ในพื้นที่อำเภอทุ่งช้าง ทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย และสร้างความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

เมื่อเวลา 10 นาฬิกา วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมเจ้ามหาพรหมสุรธาดา ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมติดตามและแก้ไขปัญหา จากเหตุรถบรรทุกสารเถ้าลอยพลิกคว่ำ บนทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงทุ่งช้าง–เฉลิมพระเกียรติ บริเวณตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา
โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานด้านคมนาคม สิ่งแวดล้อม ศุลกากร ผู้ประกอบการ รวมถึงตัวแทนประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำหนดแนวทางลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ข้อมูลจากด่านศุลกากรทุ่งช้าง ระบุว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าเถ้าลอยอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการนำเข้า 63 ล็อต ปริมาณรวมกว่า 1,713 ตัน ขณะที่ปี 2569 มีการนำเข้าแล้ว 42 ล็อต ปริมาณรวมกว่า 1,139 ตัน
เถ้าลอยส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตคอนกรีต และถูกส่งไปยังโรงงานในหลายจังหวัดภาคเหนือ เช่น ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย และน่าน โดยกระบวนการผลิตจะดำเนินการภายในระบบไซโลที่มีการควบคุมตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. และต้องผ่านการตรวจสอบองค์ประกอบของสารต่าง ๆ รวมถึงโลหะหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
ขณะที่แขวงทางหลวงน่านที่ 2 เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุอยู่ระหว่างโครงการปรับปรุงถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร โดยบริเวณโค้งบ้านเฉลิมราช ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ มีลักษณะเป็นทางโค้งที่มีความลาดชันสูง เดิมมีความลาดชันประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์ และได้ปรับลดลงเหลือประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งการติดตั้งป้ายเตือนจุดเสี่ยง ลดความเร็วจาก 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหลือ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมตีเส้นกำกับความเร็ว และจัดระเบียบการจราจรในพื้นที่
ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน ได้เร่งแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น โดยฉีดน้ำชะล้างเถ้าลอย และนำทรายมาทำแนวกั้นบริเวณร่องน้ำริมถนน เพื่อป้องกันไม่ให้เถ้าลอยไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติใกล้เคียง
พร้อมกันนี้ ยังได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ทั้งดิน น้ำ และอากาศ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อติดตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน รวมถึงให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
จังหวัดน่านยังเน้นย้ำให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต และสร้างความเข้าใจ รวมถึงความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น น่าน

