
วันที่ 24 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูสิริญาณวัชร์ เจ้าอาวาสวัดเชียงยืน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พล.ต.นเรศร์ จิตรักษ์ อดีตอนุศาสนาจารย์กองทัพบก แถลงข่าวการจัดพิธีบวงสรวงและสวด “อุปปาตะสันติ มหาสันติงหลวง” เนื่องในวันจักรี วันที่ 6 เมษายนนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และสืบสานขนบวัฒนธรรมประเพณีทางพระพุทธศาสนา พร้อมเสริมสร้างกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน
พระครูสิริญาณวัชร์ กล่าวว่า วัดเชียงยืนได้ประชุมร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการวัด และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อจัดกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมเนื่องในวันจักรี ซึ่งตรงกับวันที่ 6 เมษายนของทุกปี โดยมุ่งสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีล้านนาให้คงอยู่กับวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมายาวนาน ภายใต้ร่มพระบารมีแห่งพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์
พล.ต.นเรศร์ กล่าวถึงพิธีบวงสรวงและสวด “อุปปาตะสันติ มหาสันติงหลวง” ว่า แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยภาคเช้า ตั้งแต่เวลา 09.09 น. วัดเชียงยืนได้รับความอนุเคราะห์จาก อ.วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา ในการประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา อารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามคติความเชื่อของล้านนา เพื่อความเป็นสิริมงคลและความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชุมชนและบ้านเมือง
ส่วนภาคค่ำ จะประกอบพิธีสวดมนต์บท “อุปปาตะสันติ” หรือ “มหาสันติงหลวง (ฉบับแปล)” ซึ่งเป็นบทสวดมนต์โบราณสำคัญในพระพุทธศาสนา โดยพระครูสิริญาณวัชร์ พร้อมศิษยานุศิษย์ ได้นิมนต์พระมหาเถราจารย์จากวัดมงคลนามในเมืองเชียงใหม่ กลุ่มทักษาเมือง จำนวน 8 รูป เพื่อเจริญพระพุทธมนต์ บทอุปปาตะสันติกถาฯ และบทพระมหาสันติงหลวงฯ ถวายเป็นพระราชสักการะแด่องค์พระบรมราชจักรีวงศ์ เพื่อความมั่นคงของบ้านเมือง
กิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นการเข้าสู่ประเพณีสงกรานต์ หรือป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ โดยวัดเชียงยืนเป็นวัดที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า เป็นที่ประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งสื่อถึงเดชบารมีแผ่ไปในทั้งแปดทิศ นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถทรงแปดเหลี่ยมอีกด้วย
ในอดีตสมัยราชวงศ์มังราย วัดแห่งนี้เคยเป็นพระอารามหลวงนามมงคล มีฐานะเป็นเดชเมืองเชียงใหม่ ภายในวัดประดิษฐานพระสารีริกธาตุ ตามจารึกตำนานชินกาลบาลีปกรณ์ ทั้งนี้ วัดเชียงยืนได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2522 รวมระยะเวลากว่า 47 ปีแล้ว

