คอมมานโดบุกรวบ “จ่อย” คาสถานีรถไฟดอนเมือง! เครือข่ายเพจแบงก์ปลอมแสบ ตุ๋นเหยื่อกู้เงินออนไลน์ โอนค่าธรรมเนียมถอนจนสูญนับแสน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) สนธิกำลังชุดจับกุมบุกรวบ “นายจ่อย” บัญชีม้าตัวสำคัญเครือข่ายหลอกสินเชื่อออนไลน์ หลังพฤติกรรมสุดแสบสร้างเพจเลียนแบบสถาบันการเงินดัง หลอกเหยื่อโอนเงินค่ามัดจำ-ปลดล็อกระบบยิบย่อย 9 ครั้งรวด เสียหายกว่า 1.3 แสนบาท เผยประวัติรับจ้างเปิดบัญชีไกลถึงปอยเปต กินค่าหัวหลักหมื่น
เปิดปฏิบัติการรวบคาสถานีรถไฟ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าทำการจับกุม นายควร หรือจ่อย อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฮอด ที่ 195/2568 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดบัญชีม้า”

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่บริเวณ หน้าสถานีรถไฟดอนเมือง แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ขณะที่ผู้ต้องหากำลังเดินทางมาจากภูมิลำเนาเพื่อเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้รับความเดือดร้อนทางด้านการเงิน จึงได้ค้นหาแหล่งเงินกู้ผ่าน Facebook จนไปพบเพจชื่อ “UOB Xpress จำกัดมหาชน” ซึ่งมีการนำตราสัญลักษณ์และภาพประกอบให้ดูน่าเชื่อถือคล้ายสถาบันการเงินจริง เมื่อผู้เสียหายติดต่อไป มิจฉาชีพได้ดึงเข้าสู่แอปพลิเคชัน LINE เพื่อพูดคุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อชื่อ “นายไชยศิริ” หรือ “ต้น” คนร้ายมีการส่งภาพบัตรประจำตัวพนักงานเพื่อยืนยันตัวตน (ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นบัตรปลอม) จนผู้เสียหายหลงเชื่อขอกู้เงินจำนวน 30,000 บาท แต่ปรากฏว่ามิจฉาชีพเริ่มใช้กลอุบายอ้างว่าต้องมี “ค่าดำเนินการ”

ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในสภาวะต้องการเงินและหวังว่าจะได้เงินคืนทั้งหมด จึงยอมทยอยโอนเงินไปตามคำสั่งรวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 127,665 บาท แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ตกลง และถูกบล็อกช่องทางการสื่อสารในที่สุด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายควร หรือจ่อย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นปี 2568 ขณะทำงานรับจ้างย่านมีนบุรี ได้มีคนรู้จักชักชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับเงินก้อน โดยมีขบวนการนำรถแท็กซี่มารับไปส่งที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จากนั้นจะมีรถมารับต่อเพื่อพา ลักลอบข้ามแดนไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยนายควรถูกกักตัวไว้ในห้องเช่าเป็นเวลา 3-4 วัน และถูกนำตัวไปสแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีออนไลน์รวม 3 บัญชี โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 12,000 บาท ก่อนจะถูกส่งตัวกลับไทยและถูกจับกุมในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมระบุว่า กรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของขบวนการมิจฉาชีพที่อาศัยความเดือดร้อนของประชาชน โดยใช้เพจปลอมและแอบอ้างชื่อธนาคารดัง จึงขอเตือนภัยว่า “สินเชื่อที่แท้จริง จะไม่มีการเรียกเก็บเงินก่อนทุกกรณี” หากมีการขอให้โอนค่ามัดจำหรือค่าปลดล็อกระบบ ให้สันนิษฐานได้ทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อหลวง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะขยายผลถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเพจปลอมดังกล่าวต่อไป

You May Also Like