
วันนี้ (11 พ.ค. 69) ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ครอบครัวชินวัตร ประกอบด้วย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร, นายพานทองแท้ ชินวัตร, นางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์, นายปิฎก สุขสวัสดิ์, น.ส. ณัฐฐิญา ปวงคำ, นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์, นางเยาวเรศ ชินวัตร, นายพายัพ ชินวัตร, นายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ บุตรชายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นายวิญญัติ ชาติมนตรี และแกนนำ ส.ส. พรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส. ร้อยเอ็ด, นางสาวชญาภา สินธุไพร ส.ส. ร้อยเอ็ด, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาลทักษิณ, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เดินทางมายังเรือนจำกลางคลองเปรมเพื่อรอต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไป
ต่อมาเวลา 07.40 น. นายทักษิณเดินออกจากเรือนจำ โดยสวมเสื้อสีขาว กางเกงขายาว และสวมกอดลูกสาว หลาน และน้องสาวที่มารอต้อนรับ โดยได้สวมกอด น.ส. แพทองธาร เป็นคนแรก จากนั้นได้เดินทักทายบรรดาแกนนำและ ส.ส. พรรคเพื่อไทย รวมถึงมวลชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ก่อนจะเดินไปเคารพธงชาติที่เสาธงบริเวณสนามหญ้าหน้าเรือนจำ และทักทายมวลชนคนเสื้อแดงก่อนขึ้นรถออกจากเรือนจำ เดินทางไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 บางกอกน้อย เพื่อรายงานตัวตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน
ด้านนายศุภเสกข์ (ไปป์) เปิดเผยสั้น ๆ ว่ารู้สึกดีใจที่วันนี้คุณลุง (นายทักษิณ) ได้ออกจากเรือนจำ
สำหรับเงื่อนไขการพักโทษว่าต้องใส่กำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย. 69 รวมถึงต้องรายงานตัวตามกำหนด ห้ามออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจนถึงวันที่พ้นโทษ ต้องประกอบอาชีพสุจริต ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธ หรือวัตถุระเบิด และต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานคุมประพฤติอย่างเคร่งครัด
ในส่วนของคดีที่นายทักษิณต้องรับโทษมีทั้งหมด 3 คดี ตามคำพิพากษาต้องรับโทษจำคุกทั้งหมด 8 ปี โดยนายทักษิณเดินทางกลับเข้าประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 ซึ่งทันทีที่ถึงก็เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่ในช่วงกลางดึกของวันเดียวกันนายทักษิณถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากโรคประจำตัวกำเริบ และพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเรื่อยมา
ต่อมาในวันที่ 31 ส.ค. 2566 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชน ตามที่นายทักษิณได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ
ก่อนที่ในวันที่ 18 ก.พ. 2567 นายทักษิณเดินทางออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปคุมประพฤติที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เนื่องจากเข้าเกณฑ์พักโทษเนื่องจากนักโทษที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัวร้ายแรง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเรื่องการรับโทษของนายทักษิณว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จนที่สุดนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ศาลไต่สวนการบังคับโทษ ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้รับเรื่องและดำเนินการไต่สวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และแพทย์พยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 ศาลฎีกาฯ สั่งให้นำตัวนายทักษิณกลับไปจำคุกเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่นับรวมช่วงเวลาที่พักรักษาตัวบนชั้น 14 จึงทำให้นายทักษิณต้องกลับเข้าสู่เรือนจำคลองเปรมอีกครั้งจนถึงวันนี้นายทักษิณได้รับโทษมาแล้ว 8 เดือน หรือ 2 ใน 3 ของจำนวนโทษที่ได้รับ จึงเข้าหลักเกณฑ์การพักโทษ ซึ่งคณะกรรมการพักโทษ (กระทรวงยุติธรรม) มีมติอนุมัติพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร รอบที่ 2

