จากกรณี ที่ในแม่น้ำปราจีนบุรี มีผักตบชวาลอยเต็มแม่น้ำปราจีนบุรี จนทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ร่วมทั้งชาวบ้านที่มีอาชีพหากุ้ง ปลาในแม้น้ำขาดรายได้ จังหวัดปราจีนบุรีได้บูรณาการทุกภาคส่วนเร่งกำจัดผักตบชวา โดยใช้เรือท้องแบนสับผักตบชวาก่อนนำโดรน เข้าดำเนินการฉีดพ่นสารกำจัดผักตบชวา จนชาวบ้านเริ่มร้องเรียนว่า การใช้สารเคมีกำจัดผักตบชวาทำให้ปลาในแม้น้ำเริ่มตาย และอาจส่งผลกระทบกับระบบประปาหมู่บ้าน ที่ใช้น้ำในแม่น้ำผลิตประปา นั้น

เช้าวันนี้ (15 พ.ค. 69) มีผู้ใช้เฟสบุ๊คมีการไลฟ์สดพร้อมลงข้อความว่า “หมดทุกกระชังครับ 20 กระชัง ปลาตายขาดออกซิเจน เนื่องจากชวาในแม่น้ำเยอะ ชวาจะเยอะทุกที่ในหน้านี้ครับ เป็นธรรมชาติ แต่ปีนี้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เอาเชือกมาผูกดักชวา สะพานบ้านสร้าง และสะพานใหม่บริเวณวัดไผ่ ทำให้ชวา ถูกจำกัดพื้นที่ โชคดีครับ กระชังปลาบ้านผมอยู่ตรงนั้นพอดี ทำให้ อากาศในน้ำยิ่งไม่มี ปลาตายหมดเลยครับ ขอบคุณพี่ๆที่ช่วยกันนะครับจาก @ไฮไลท์
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่เกิดเหตุ พบปลาในปลาทับทิมในกระชัง จำนวน 14 กระชัง ของนายพรณรงค์ ว่องสุนทร อายุ 59 ปี ลอยตายทั้งหมด โดยมีทางเจ้าหน้าที่ปกครองจากอำเภอบ้านสร้าง พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ต้องช่วยกันตักปลาทับทิมที่ลอยตายขึ้นจากกระชัง เพื่อใส่รถขยะของเทศบาลบ้านสร้างนำไปทิ้งในบ่อขยะ เนื่องจากปลาเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นและไม่สามารถขายได้ และจากการใช้โดรนบินสำรวจพบว่าในแม่น้ำปราจีนบุรีมีผักตบชวาลอยเต็มแม่น้ำมีระยะทางยาวหลายกิโลเมตร จนทำให้ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังในแม้น้ำปราจีนบุรี รวม 6 ราย มีปลาทับทิมตายทั้งหมด สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรเลี้ยงปลากระชัง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท
นายพรณรงค์ ว่องสุนทร อายุ 59 ปี (เจ้าของปลาในกระชังที่ตาย) หมู่ที่ 5 ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง ที่ประสบปัญหาผักตบชวาเน่าเสียและปลาในกระชังที่เลี้ยงไว้ น็อกน้ำตายทั้งหมด กล่าวว่า ปัญหาผักตบชวา เริ่มมีตั้งแต่เดือนเมษายน เพราะมีผักตบชวาเข้ามาหนาแน่นและไม่เคลื่อนตัวไปทางไหนอยู่ในแม่น้ำตลอด เพราะมาจากนครนายก มาสะสมในแม่น้ำปราจีนบุรี เวลาน้ำขึ้นมันก็ขึ้นตามน้ำเวลาลงมันก็ลงไปไม่ถึงตรงที่เขาดัก ก็เลยมาหนาแน่นตั้งแต่เหนือบ้านสร้างมาจนถึงเกือบวัดโบสถ์ อ.เมือง ทำให้แดดส่องไม่ถึงผิวน้ำทำให้ออกซิเจนในน้ำต่ำ ช่วงที่มีปัญหาคือประมาณอาทิตย์กว่าถึงสองอาทิตย์เริ่มมีการกั้นบางช่วงและมีการตัดสับผักตบชวาบางส่วน ฉีดยาฆ่าวัชพืชน้ำก็ไหลลงมา สิ่งที่มันตามก็จะสมทำให้เกิดน้ำเน่า น้ำมีสีดำและมีกลิ่นเหม็นเน่า ออกซิเจนในน้ำก่อนหน้านี้จะอยู่ที่ 6-7 ตอนมาวัดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วอยู่ประมาณ 1.5 เมื่อวานก็วัดได้ประมาณ 1 กว่า ทำให้ปลา ขาดออกซิเจนทางเรารู้ก่อนก็ใช้เครื่องตีออกซิเจนให้ ประมาณ 2 อาทิตย์แล้วดูอาการปลาและพยายามช่วยให้เขาได้หายใจเมื่อวานค่อนข้างหนัก เพราะว่าปลาลอยหัวเยอะมาก เมื่อคืนตี 5 ปลาน็อคน้ำเต็มกระชังไปหมด ทำให้ปลาตายทุกข์กระชังเสียหายเยอะมาก มากกว่าการประตูน้ำสารภีที่เปิดปีละครั้ง ก็ยังไม่เคยตายขนาดนี้ ค่าความเสียหายเฉพาะค่าลูกปลาและค่าอาหารที่เลี้ยงมาประมาณ 3 เดือนกว่าประมาณ 500,000 กว่าบาท ในเวลาอีก 1 เดือน ถ้าผมจับปลาได้ก็จะได้ราคาปลาเป็น 1,000,000 ปลา 1 กระชังแล้วจับได้ประมาณ 1.4 ตัน ตันละประมาณ 80,000 บาท อย่างน้อยก็ต้องได้ 14 กระชัง ผมก็ได้ประมาณ 1,400,000 บาท หักต้นทุนแล้วก็จะมีกำไรเหลือบ้างนิดหน่อย เพราะว่าค่าอาหารปลาแพง
ปลาที่ตายเมื่อเช้าขายปลาได้ 300 กิโลกรัมกิโลละ 8 บาทและขายให้บ่อปลาดุกไป 300 กิโลกรัม ๆ ละ 3 บาทที่เหลือก็ขอแรงเทศบาลและจังหวัดมาตักปลาตายเอาไปทิ้ง ทางราชการก็มีทีมงานของจังหวัดมาดู แต่ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ ก็ประกาศแค่ภัยพิบัติแล้วจะหาทางช่วยเหลือ ไม่รู้หน่วยงานใดบ้างนอกจากประมงจังหวัดไม่รู้จะเยียวยาหรือว่าอย่างไรแต่ก็ไม่คุ้มกับการเยียวยาเพราะสิ่งที่เราสูญเสียนั้นเสียหายเยอะเราลงทุนเยอะเราเจอครั้งเดียวก็เราแทบจะหมดทุนเลย
สำหรับผักตบชวาเริ่มออกมาจากจังหวัดนครนายกประมาณกลางเดือนเมษายนหลังสงกรานต์จะเริ่มไหลออกมา เมื่อรู้ว่าจังหวัดนครนายกจะปล่อยน้ำและผักตบออกมาก็ควรจะกั้นตั้งแต่ประตูทางออกส่วนที่ต่อเชื่อมกับแม่น้ำและกั้นไว้และผลักดันลงไปสะพานโครงการส่วนพระองค์ มันก็ทยอยออกไปเรื่อยเรื่อยมันจะไม่ย้อนกลับมาที่แม่น้ำปราจีนบุรี และสะสมมาเรื่อย ๆ เพราะน้ำเป็นน้ำขึ้นน้ำลงวันละ 2 รอบ ลงไปอย่างมากก็ไม่เกินวัดบางกระเบา 5 โมงครึ่ง น้ำก็ไหลขึ้นมาอีก จะเจอปัญหาวนเวียนอยู่แบบนี้เป็นเดือนตั้งแต่กลางเดือนเมษายนทำให้ออกซิเจนในน้ำเริ่มต่ำมาเรื่อยเรื่อยปลาเจอน้ำคุณภาพต่ำก็เหมือนปลาป่วยและสะสมมาเรื่อยเรื่อยถึงวันหนึ่งที่ออกซิเจนต่ำสุดมันก็อยู่ไม่ได้ เกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังทั้งหมดมี 6 แพ รวมทั้งหมดก็ประมาณ 60 – 70 กระชังในพื้นที่ หมู่ 3 หมู่ 5 ตำบลบางพวง ก็ประสบปัญหาปลาตายหมดเมื่อช่วงตีห้าที่ผ่านมา

