
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและตรวจ DNA ของญาติผู้เสียชีวิต จากเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง จนมีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย โดยเบื้องต้นสามารถยืนยันอัตลักษณ์ได้แล้ว 4 ราย
วันนี้ญาติของผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย ครอบครัวของ “น้องขนุน” นายธนัฐพิพัฒน์ อายุ 22 ปี, นายฑีฆา ฑีฆาอุตามากร หรือ “แทน” อายุ 34 ปี, นางเอื้อง มโนแจ่ม อายุ 66 ปี และนางสาววิภารักษ์ เผ่าภูรี หรือ “น้องโรส” เดินทางมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดต่อขอรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางเสียงร่ำไห้และความสูญเสียของครอบครัว
นางณัฐฐ์สุกรณ์ จันทร์ทรายมูล อายุ 49 ปี แม่ของ “น้องขนุน” อุ้มรูปถ่ายลูกชายแนบอก เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ชอบเล่นกีฬา และเป็นที่รักของเพื่อนฝูง แม้จะมีโรคประจำตัวและผ่านการผ่าตัดมาแล้วถึง 6-7 ครั้ง แต่ก็สู้ชีวิตมาโดยตลอด
“เขาเป็นลูกที่ใส่ใจครอบครัวมาก เดือนก่อนยังบอกว่าจะซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ให้แม่ในวันเกิด เพราะเห็นว่านาฬิกาแม่เสีย แต่สุดท้ายกลับมาเกิดเหตุแบบนี้ก่อน…”
แม่ของน้องขนุนเผยอีกว่า ปกติลูกชายมักขับรถยนต์ส่วนตัว ไม่ทราบว่าทำไมวันเกิดเหตุจึงเลือกขึ้นรถโดยสารคันดังกล่าวเพื่อไปหาเพื่อน พร้อมยอมรับว่ายังคาใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพราะมองว่าเป็นความประมาทที่ไม่ควรเกิด ทั้งจากผู้ขับขี่รถไฟและรถโดยสารประจำทาง
น้องขนุนกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตนครปฐม มีความฝันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ และกำลังจะมีอนาคตที่ดี แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงจากเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้
แม่ยังฝากถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย และ ขสมก. ให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัย ตรวจสอบมาตรฐานและคุณสมบัติของบุคลากร เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยกับประชาชนผู้บริสุทธิ์อีก
จากนั้น คุณแม่ได้ถือรูปลูกชายเข้าไปดูร่างเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมจุดธูปเรียก “น้องขนุน” กลับบ้าน ร้องไห้จนแทบเป็นลม ต้องมีญาติคอยประคอง ขณะ
นเคาะโลงศพเรียกลูกชายตลอดทาง พร้อมบอกให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี
สำหรับวันนี้ ร่างแรกที่ญาติรับกลับคือ นางเอื้อง มโนแจ่ม เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนามแดง จ.สมุทรปราการ ต่อด้วยร่างของ “น้องขนุน” ที่วัดคลองหนึ่ง จ.ปทุมธานี และร่างสุดท้ายคือ “น้องโรส” นำกลับไปประกอบพิธีที่วัดสวนสวรรค์ จ.อุบลราชธานี
ทั้งนี้ มูลนิธิร่วมกตัญญูได้จัดรถรับ-ส่งเพื่อเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปยังสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดรถคอยอำนวยความสะดวกให้กับญาติผู้เสียชีวิตเช่นกัน

