นายกรัฐมนตรีมอบนโยบาย 400 ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการ- ผู้บังคับการ เวิร์กชอปขับเคลื่อนงานความมั่นคง 9 ด้าน ย้ำชัดไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย -“ผบ.ตร.“ ชู 6 หน้าที่ตำรวจ ปกป้องประเทศ ปราบอาชญากรรม ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดจริงจัง ประชาชนต้องรู้สึกปลอดภัย

วันนี้ (21 พฤษภาคม 2569) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งกระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวรายงานถึงบทบาทของกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในงานด้านความมั่นคงและป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการ, ผู้บังคับการตำรวจนครบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศร่วมประชุมฯ กว่า 400 คน

การเวิร์กชอปแบ่งกลุ่มตามภูมิภาค ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธร และผู้บังคับการ รับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อน 9 ประเด็น ดังนี้ 1.การบุกรุกที่ดินสาธารณะ 2.อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3.ธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนแบบอำพราง 4. ยาเสพติด 5.การฟอกเงิน 6.ผู้มีอิทธิพล 7.หนี้นอกระบบ 8.ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และ 9. การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายความมั่นคง บูรณาการระหว่างกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยย้ำแนวขับเคลื่อน “บำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ย้ำประชาชนต้องปลอดภัย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นกลไก ฟันเฟืองสำคัญของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ มีหน้าที่หลักในการรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องความมั่นคงของรัฐ 6 ด้านหลัก

  1. รักษาความมั่นคงภายในประเทศ เกี่ยวของกับการเสถียรภาพการดำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย ป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและสถาบันสำคัญของชาติ เฝ้าระวังภัยคุกคามต่อความมั่นคง รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งระดับมหภาค และระดับครัวเรือนซึ่งกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงการรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์และทางข่าวสารด้วย
  2. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทั่วไปและอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมไซเบอร์ การฟอกเงิน ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง ต่างด้าวและมอมินี ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนอย่างจริงจังเด็ดขาดต่อเนื่อง
  3. สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่เสี่ยง เช่น จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ชายแดนอื่น ๆ และเฝ้าระวังการก่อการร้ายในพื้นที่เสี่ยง โดยประสานงานกับฝ่ายทหารและหน่วยงานความมั่นคงอื่น ซึ่งในพื้นที่พิพาทชายแดนสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและกลุ่มเปราะบาง
  4. รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมและสถานการณ์ฉุกเฉิน ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงและสิทธิประชาชน
  5. อำนวยความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ สร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน โดยตำรวจยกระดับนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

และ 6. บูรณาการงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงกลาโหม หน่วยข่าวกรอง และฝ่ายปกครอง

ผบ.ตร. กล่าวย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนเดินหน้าโดยฝ่ายบริหาร รอง ผบ.ตร.,จเรตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลขับเคลื่อนการปฏิบัติทุกหน้างาน สืบสวน สอบสวน ปราบปราม กฎหมาย ความมั่นคง และจริยธรรม เพื่อให้ภารกิจด้านความมั่งคง การทำงานของตำรวจจะสำเร็จได้นั้นตำรวจทุกพื้นที่ต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นเป็นเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อร่วมเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการรักษาความสงบ ความปลอดภัย และเสถียรภาพของประเทศ อย่างไรก็ตาม บทบาทหน้าที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มข้นจริงจัง โจทย์สำคัญของตำรวจและฝ่ายปกครองคือทำให้ประชาชนเชื่อมั่น รู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

You May Also Like