
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.อุทัย รับแจ้งเหตุคนร้ายปีนกุฏิพระสงฆ์เข้าไปขโมยทรัพย์สิน ภายในวัดขุนทิพย์ หมู่ 12 ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบกุฏิพระลักษณะยกใต้ถุนสูง โดยคนร้ายอาศัยนั่งร้านที่ทางวัดตั้งไว้ด้านหลังกุฏิ เพื่อเตรียมปรับปรุงและทาสีใหม่ ปีนขึ้นไปทางหน้าต่าง ก่อนลักเอากระปุกออมสินที่วางอยู่บนโต๊ะภายในกุฏิ แล้วปีนหน้าต่างหลบหนีออกไป
จากการสอบถาม พระณรงค์เดช อายุ 25 ปี พระลูกวัดผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าพระภายในวัดออกไปบิณฑบาต และกลับมาประมาณเวลา 06.30 น. ระหว่างนั้นมีพระอีกรูปที่อยู่กุฏิข้างกัน เห็นขาของผู้หญิงโผล่ออกมาทางหน้าต่างกุฏิของตน ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะปีนออกมาทั้งตัว เมื่อถูกถามว่ามาทำอะไร หญิงคนดังกล่าวอ้างว่า “ขอหลบสามี เพราะทะเลาะกันมา” ก่อนรีบปีนลงนั่งร้านแล้วเดินลัดใต้ถุนกุฏิออกไปทางข้างวัดอย่างรวดเร็ว
หลังทราบเรื่องจึงเข้าไปตรวจสอบภายในกุฏิ พบว่ากระปุกออมสินถูกขโมยไป ภายในมีเงินเหรียญประมาณ 500 บาท และธนบัตรชนิด 20 บาท กับ 100 บาท รวมอยู่ด้วย ขณะที่เงินปัจจัยที่ญาติโยมนำมาใส่ซองถวายไว้หลายซอง คนร้ายไม่ได้หยิบไปแต่อย่างใด
พระณรงค์เดช ระบุเพิ่มเติมว่า คนร้ายเป็นหญิงอายุประมาณ 30 ปี ผมยาว และจุดสังเกตสำคัญคือสวมกำไล EM ที่ข้อเท้าข้างขวา
ด้านพระถาวร อายุ 47 ปี พระลูกวัดขุนทิพย์ ซึ่งเป็นผู้พบเห็นคนร้ายคนแรก เล่าว่า ก่อนออกบิณฑบาตเห็นหญิงคนดังกล่าวเดินอยู่ใต้ถุนกุฏิ แต่ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งกลับมาที่วัดและกำลังล้างเท้าอยู่ข้างกุฏิ จึงเห็นขาของหญิงคนดังกล่าวกำลังก้าวออกมาทางหน้าต่าง ก่อนจะปีนออกมาทั้งตัว
เมื่อหญิงคนดังกล่าวเห็นอาตมา ก็ยกมือไหว้พร้อมกล่าวขอโทษ และอ้างว่าขอหลบสามีเพราะมีปากเสียงกัน ตอนนั้นอาตมายังไม่คิดว่าจะเข้าไปขโมยของในกุฏิ รู้สึกตกใจเพราะไม่คิดว่าจะปีนขึ้นไปได้ และมองว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่สมควรเกิดขึ้น เพราะเป็นการก่อเหตุกับพระสงฆ์ ซึ่งถือเป็นบาป แต่คนก่อเหตุอาจสิ้นคิดและขาดสติในการใช้ชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบว่าจุดที่คนร้ายใช้ปีนขึ้นกุฏิคือนั่งร้านของทางวัด ส่วนกล้องวงจรปิดภายในวัดมีติดตั้งเพียงรอบบริเวณภายนอก ไม่ครอบคลุมภายในกุฏิ อีกทั้งผู้ก่อเหตุยังหลบหลีกมุมกล้องได้อย่างชำนาญ ทำให้ไม่สามารถบันทึกภาพขณะก่อเหตุไว้ได้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้พระผู้เสียหายเข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการ เพื่อเร่งติดตามตัวหญิงผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
///////

