ส.ส. “ราเชน” จี้รัฐบาลหยุดนิ่งเฉย! เดินหน้าทวงถาม “เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก” 3,000 บาทต่อเดือน หวังชุบชีวิตวีรบุรุษผู้ถูกลืม ย้ำชัดต้องเป็นมากกว่าแค่สัญลักษณ์ความกตัญญู

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ ได้ลุกขึ้นหารือในที่ประชุมสภาฯ ด้วยท่าทีที่เด็ดขาดและจริงจัง โดยมุ่งเน้นไปที่การเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก” เพื่อเป็นหลักประกันคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเหล่าทหารผ่านศึกกว่า 7 แสนนายทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้นอย่างหนักแต่กลับไม่ได้รับสวัสดิการที่สมกับเกียรติภูมิของความเป็นผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน

นายราเชนได้เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำและหยิบยกปัญหาที่ถูกละเลยมานานกว่า 6-7 ปี โดยระบุว่ากลุ่มทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 2, 3 และ 4 ซึ่งเป็นกำลังพลกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ กำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ในขณะที่เงินสนับสนุนที่มีอยู่เดิมนั้นอยู่ในระดับที่น้อยมากจนไม่สามารถประทังชีวิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสมได้ การผลักดันเงินค่าตอบแทน “เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก” ในอัตราเดือนละ 3,000 บาท จึงไม่ใช่เรื่องของการเรียกร้องค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่คือการประกาศจุดยืนถึงคุณค่าของชีวิตและความกตัญญูที่ภาครัฐต้องมีต่อผู้ที่ยอมเอาชีวิตและเลือดเนื้อเข้าแลกเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ นายราเชนจึงได้ฝากคำถามไปถึงรัฐบาลว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยนจากการสนับสนุนที่เป็นเพียง “สัญลักษณ์” มาเป็นการกระทำที่จับต้องได้และเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของมนุษย์ผู้เป็นวีรบุรุษอย่างแท้จริง

นอกจากประเด็นด้านสวัสดิการทหารผ่านศึกแล้ว นายราเชนยังได้ใช้พื้นที่สภาฯ หยิบยกโมเดลความสำเร็จ “บุรีรัมย์เมืองสีขาว” เพื่อยกระดับสู่การเป็น “เมืองผู้ดีสีขาว” ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมในการสร้างสังคมที่ปลอดยาเสพติดในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเขาได้เสนอแนวทางเชิงรุกให้สภาฯ ร่วมเป็นผู้นำทางความคิด ด้วยการเชิญชวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทุกคนร่วมใจกันตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด เพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสและสร้างบรรทัดฐานทางจริยธรรมที่เข้มแข็ง โดยใช้ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นต้นแบบ (Role Model) ที่ดีให้กับประชาชนทั่วทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการร่วมมือกันสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

You May Also Like