
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ได้เฝ้าซุ่มอยู่ในป่าหลังบ้านหลังหนึ่งที่ดัดแปลงเซฟเฮ้าท์ต้องสงสัยซุกซ่อนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา หลบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมาย จนแน่ชัดแล้วจึงระดมกำลังจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี การข่าวกองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกาญจนบุรี ฝ่ายปกครองจังหวัดกาญจนบุรี วางแผนบุกเข้าตรวจค้นจับกุมบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่เทศบาลเมืองปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสนธิกำลังบูรณาการเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่เทศบาลเมืองปากแพรก หมู่ที่ 13 อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
มีลักษณะดัดแปลงให้มีห้องพักที่นอน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไฟฟ้า พัดลม มีห้องน้ำ ที่อาบน้ำสัดส่วน จานชามช้อนจำนวนมาก มีราวตากผ้า ติดระบบไฟฟ้าโซล่าเซลล์ ข้าวปลาอาหารพร้อมกับมีร้านค้าอีกด้วย โดยพบว่ามีแรงงานต่างด้าวเมียนมากำลังนอนหลับพักผ่อน บางส่วนเดินไปมาในพื้นที่จึงแสดงตัวควบคุมต่างด้าวมารวมตัวที่โรงเรือนหลังบ้าน เป็นชาย 34 คน เป็นหญิง 7 คน และคนนำพาอีก 1 คน คือ นายกำหนด อายุ 47 ปี ชาว ตำบลพนมทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ให้การรับสารภาพ ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 2,000 บาท ทำมา 4-5 ครั้ง ล่าสุดวันที่ 25 พ.ค.69 ไปรับต่างด้าวที่บริเวณเขาสามชั้น อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
ส่วนตรวจสอบไม่พบว่ามีใครมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ชุดจับกุมจึงให้ผู้ใหญ่บ้านติดต่อเจ้าของบ้านมาพบภายหลัง (คาดน่าหลบหนี)
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปากแพรก มีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาซุกซ่อนพักการเดินทาง เพื่อเตรียมนำส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ ก็จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่รอด จึงแจ้งข้อหา นายกำหนด ในข้อหา ช่วยเหลือช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชแาณาจักรไทยโดยผิดกฏหมายพ้นการจับกุม ให้การรับสารภาพ ส่วนต่างด้าว 41 คน ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมผลักดันออกจากประเทศ
ในส่วนการขยายผลจะได้สอบสวนหาผู้ร่วมขบวนการครั้งนี้เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป./
///////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

