เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณคูเมือง หรือน้ำคือ ตำบลในเวียง (อยู่ในเขตเทศบาลเมืองแพร่) อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายมานะ สิมมา ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายชินณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร และคณะจากสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการขุดลอกบริเวณ “น้ำคือ” หรือคูเมืองแพร่โบราณ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ซึ่งดำเนินการโดย เทศบาลเมืองแพร่ โดยมี นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สส.เบน นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต 1 และนายสุริยา อินต๊ะนอน นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ พร้อมคณะบริหาร สมาชิกสภา ร่วมให้การต้อนรับและชี้แจงข้อมูล

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและประเมินผลกระทบจากการดำเนินงานอย่างรอบด้าน หลังจากก่อนหน้านี้เทศบาลเมืองแพร่ได้ดำเนินการขุดลอกเพื่อแก้ไขปัญหาดินทรายตื้นเขินและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคูเมือง แต่กรมศิลปากรได้มีคำสั่งระงับการดำเนินงานชั่วคราว เนื่องจากกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อโบราณสถานและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกำแพงเมืองเก่า
นายมานะ สิมมา ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การดำเนินการขุดลอกในปัจจุบันสามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากเทศบาลเมืองแพร่ได้รับอนุญาตตามหนังสือจากกรมศิลปากรแล้ว จึงถือเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในระยะต่อไปควรเป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรและเทศบาลเมืองแพร่ โดยให้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานร่วมกำกับดูแลการขุดลอกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ ควบคู่กับการอนุรักษ์คุณค่าของโบราณสถาน
ทั้งนี้สำหรับประเด็นการแจ้งความดำเนินคดีกรณีการสำรวจและตรวจวัดความลึกของคูเมืองก่อนขออนุญาตอย่างเป็นทางการนั้น ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและจะดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเจตนาของการดำเนินการ ขณะที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่า การพัฒนาปรับปรุงคูเมืองแพร่ควรดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับภูมิทัศน์เมืองเก่าให้สวยงาม สะอาด และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

