ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ตำบลโคกเจริญ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา กว่า 30 ราย ได้ร่วมลงชื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงทับปุด–กระบี่ ผ่านสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร หรือทนายเอก สรรเพชร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือคลินิกทนายความอาสาของพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ พร้อมได้ยื่นหนังสือแก่ธงชัย อาจการ และ ดร.ถาวร วงแฝด ผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา นายชาญวิศว์ บรรจงการ เพื่อขอให้ช่วยติดตาม เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ข้อเรียกร้องสำคัญของประชาชน ได้แก่ ขอให้ทบทวนหรือชะลอการดำเนินโครงการจนกว่าจะมีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน เปิดเผยข้อมูลโครงการและรายงาน EIA ต่อประชาชนอย่างครบถ้วน จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริงและทั่วถึง คำนึงถึงสิทธิชุมชน สิทธิในทรัพย์สิน และคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงให้มีการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นธรรมและเป็นอิสระศูนย์ช่วยเหลือคลินิกทนายความอาสาของพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพังงา เพื่อขอให้ช่วยติดตาม แก้ไข และผลักดันปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หนังสือดังกล่าวระบุว่า ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลว่าโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงทับปุด–กระบี่ อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสิทธิในที่ดิน ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน วิถีชีวิตของชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ตลอดจนคุณภาพชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ตำบลโคกเจริญ

นายสุธรรม ปั้นทอง อายุ 69 ปี อาชีพทำสวน 22/2 ม.5 ต.โคกเจริญ อ.ทับปุด จ.พังงา ตัวแทนผู้ยื่นหนังสือ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนต้องสูญเสียที่ดินหรือถูกเวนคืนที่ดิน ซึ่งกระทบต่อสิทธิในกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองตามกฎหมาย อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดเสียงรบกวน ฝุ่นละออง ความสั่นสะเทือน มลภาวะจากการก่อสร้างและการเดินรถไฟ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและความปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยในพื้นที่
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบนิเวศ แหล่งน้ำ ระบบระบายน้ำ พื้นที่สีเขียว ปัญหาน้ำท่วม น้ำเสีย และมลพิษในระยะยาว โดยเห็นว่าโครงการลักษณะดังกล่าวจำเป็นต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA อย่างรอบด้าน โปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนอย่างครบถ้วน ในหนังสือคัดค้านยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากยังไม่ได้รับข้อมูล รายละเอียดโครงการ ผลการศึกษา EIA มาตรการป้องกันผลกระทบ และแนวทางเยียวยาความเสียหายอย่างชัดเจน รวมทั้งยังไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการรับฟังความคิดเห็น แสดงความคิดเห็น และตรวจสอบข้อมูลของโครงการ ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิชุมชนและหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ยังตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็น ความคุ้มค่า และประโยชน์สาธารณะของโครงการ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าปริมาณผู้ใช้บริการ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่จะคุ้มค่ากับงบประมาณจำนวนมากหรือไม่ โดยเห็นว่างบประมาณดังกล่าวอาจนำไปพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา ถนน แหล่งน้ำ หรือการส่งเสริมอาชีพของประชาชนได้อย่างทั่วถึงและตรงกับความต้องการของประชาชนมากกว่า
นายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร กล่าวว่า คลินิกทนายอาสาของพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพังงา พร้อมเป็นช่องทางรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และจะช่วยรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ตลอดจนข้อกังวลของชาวบ้าน เพื่อนำเสนอต่อผู้แทนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยยืนยันว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐต้องไม่ละเลยสิทธิของประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของผู้ได้รับผลกระทบ
“การพัฒนาประเทศเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องเป็นการพัฒนาที่ประชาชนมีส่วนร่วม ได้รับข้อมูลครบถ้วน และไม่ถูกทิ้งให้รับภาระความเสียหายเพียงฝ่ายเดียว เสียงของชาวบ้านตำบลโคกเจริญจึงต้องได้รับการรับฟังอย่างจริงจัง” นายสรรเพชร กล่าว

