วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 รายงานข่าวจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงชายแดนไทย – เมียนมา ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ขณะนี้กองทัพเมียนมาประสบความสำเร็จในการบุกยึดคืนพื้นที่ “บ้านมูด่อง” ตรงข้ามด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองจ.ประจวบคีรีขันธ์ จากกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่ครองพื้นที่มานานกว่า 7 เดือน ส่งผลให้แผนการของกลุ่มทุนจีนเทาที่จะใช้จุดนี้เป็นฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่ หลังอพยพหนีมาจากเมืองชเวโก๊กโกและเมียวดี ต้องยุติลงทันที

แหล่งข่าวระบุว่า เครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์เปลี่ยนแผน อพยพขยับลงใต้ไปตามแนวชายแดนเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ ต.อ่างทอง ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีกะเหรี่ยงในพื้นที่ดังกล่าวแอบเปิดดีลลับกับเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มและนายทุนที่ต้องการนำเข้าแร่เถื่อนส่งไปยังประเทศจีน
“ขณะที่ก่อนหน้านี้ในยุคที่กะเหรี่ยงยังเรืองอำนาจที่มูด่อง กลุ่มผู้มีอิทธิพล ขรก.บางราย นักธุรกิจ ร่วมกันอ้างหลักมนุษยธรรม ขอส่งน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามแดนไปมูด่องสูงถึงเดือนละ 42,000 ลิตร ในขณะที่วันนั้นคนไทยที่ประจวบฯยังตัองเข้าคิวเติมน้ำมันที่ปั๊ม ขณะที่ปริมาณ 42,000 ลิตร ที่จะซื้อไปส่งให้กะเหรี่ยง เป็นเรทราคาน้ำมันที่รัฐไทยอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน นอกจากนั้นปริมาณที่ต้องการเกินกว่าความต้องการจริงของชาวบ้านมูด่องที่ใช้เพียง 4,000 ลิตรต่อเดือน
คาดว่าน้ำมันส่วนเกินจะถูกนำไปใช้ปั่นไฟสนับสนุนแก๊งสแกมเมอร์และแลกกับการขายแร่เถื่อน เนื่องจากทางการเมียนมาปิดท่อน้ำเลี้ยงของกำลังกะเหรี่ยงโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ทางการไทยต้องเพิ่มความเข้มงวดสูงสุดในการเฝ้าระวังการลักลอบข้ามแดน รวมถึงการลักลอบขยายสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและซิมการ์ดข้ามฝั่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

