จากเหตุการณ์ที่ ด.ญ กษมา ไม่มีนามสกุล(น้ององุ่น)อายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเรด้าร์ ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่ถูกน้าชายและพี่สาวต่างบิดา ซึ่งทั้งคู่ยังเป็นเยาวชน ทำร้ายจนเสียชีวิต ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจนนำมาสู่การจับกุมตัวและส่งฟ้องศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อวานที่ผ่านมา (7 มิถุนายน)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศศาลาธรรมสังเวช วัดลิเจีย ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานศพน้ององุ่น เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงคุณแม่ ญาติๆ และเพื่อนบ้าน ประมาณ 30 คน มาร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัว โดยมีการนั่งจับกลุ่มคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่บริเวณหน้าโลงศพของน้ององุ่น มีการนั่งภาพถ่ายและตุ๊กตา ที่น้องชื่นชอบมาวางไว้ข้างๆโลงศพ การจัดสถานที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการจัดดอกไม้ตกแต่งแต่อย่างใด
ขณะที่ พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร พลตำรวจโทรุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พลตำรวจตรีจักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ได้ส่งตัวแทนนำพวงหรีดมาเพื่อแสดงความเสียใจกับครอบครัว โดยมี พีนตำรวจตรีณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่รงเรียน ตชด. บ้านเรด้าร์ และคณะครู คอยให้ความช่วยเหลือในการจัดเตรียมสถานที่และพิธีการต่างๆ ซึ่งจะเปิดให้ส่วนราชการ ประชาชน ร่วมแสดงความเสียใจและอาลัยต่อการจากไปของน้ององุ่น ได้ตั้งแต่วันที่8-9 มิถุนายน นี้ โดยในงานจะไม่มีการสวดพระอภิธรรม เหมือนงานศพทั่วไป เนื่องจากเป็นความเชื่อและประเพณีปฎิบัติของครอบครัว ซึ่งเป็นชาวมอญ ที่จะไม่มีการสวดพระอภิธรรมในกรณีผู้เสียชีวิตอายุน้อยกว่า12 ปี และเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ โดยกำหนดพิธีฌาปณกิจ ในช่วงเวลา 15.00 วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นี้ ที่ฌาปนสถานวัดลิเจียแห่งนี้
ขณะที่บรรยากาศในโรงเรียน ตชด.บ้านเรด้าร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่น้ององุ่น และนายแป๊ะ (น้าชาย)กำลังศึกษาอยู่ เป็นไปตามปกติ เพื่อๆของเด็กทั้ง 2 คน รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่มีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ดาบตำรวจ (หญิง) กาญจนา ทองเนตร ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ปกติ ด.ญ.กษมา (น้ององุ่น) เป็นเด็กน่ารัก มีนิสัยร่าเริง คุยเก่ง ตั้งใจเรียน เป็นที่รักของเพื่อนๆและมีความซุกซนตามวัย ตนเองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากให้ผู้ปกครองเอาใจใส่บุตร หลาน ให้ใกล้ชิดและคอยตักเตือนถ้าพบเห็นการเล่นที่รุนแรง เสี่ยงจะเกิดอันตราย…เสียง
ด้าน ดาบตำรวจชูเกียรติ คงศรี ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปกตินายแป๊ะ เป็นเด็กที่เงียบขรึม ไม่ค่อยพูด มีผลการเรียนที่ดี เนื่องจากเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน มีจิตใจอาสา ช่วยเหลืองานโรงเรียนและคุณครูเสมอมา เช่นการประกอบอาหารเลี้ยงเด็กบ้านไกลที่มาพัก กินนอนที่โรงเรียน เนื่องในช่วงการเรียน แป๊ะจะมาพักอยู่ที่บ้านพักของโรงเรียน เป็นกำลังสำคัญของครูในการช่วยดูแลน้องๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว หรือมีเรื่อทะเลาะวิวาทกับเพื่อนๆ มีแต่คอยช่วยเหลือเพื่อนๆและน้องๆ แป๊ะจึงเป็นที่รักของครู เพื่อนๆและน้องๆในโรงเรียน…….มีเสียง…..
เช่นเดียวกับเพื่อน ชาย-หญิง-ของแป๊ะที่พูดตรงกันว่า แป๊ะเป็นคนดี ตั้งใจเรียน ชอบช่วยเหลือเพื่อน เวลาทำการบ้านไม่ได้แป๊ะจะช่วยสอน ช่วยแนะนำเสมอ รู้สึกตกใจที่เห็นข่าว และไม่อยากเชื่อว่าเพื่อจะเป็นคนทำ…เสียง
ด้าน พันตำรวจตรีณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่ฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่ารู้สึกเสียใจต่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนักเรียนทั้ง 3 คน ซึ่งล้วนเป็นลูกศิษย์ของครู โดยเฉพาะนายแป๊ะ ที่คอยช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนตลอดมา รวมทั้งเป็นประธานสหกรณ์ร้านค้าของโรงเรียน ซึ่งหากไม่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ แป๊ะน่าจะได้รับเลือกจากเพื่อนๆและน้องๆให้รับตำแหน่งประธานนักเรียน ในปีการศึกษา 2569 นี้
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กำชับให้ครูทุกคน เพิ่มความเอาใจใส่นักเรียนของตนเองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่มีปัญหาในครอบครัว เช่น พ่อแม่หย่าร้าง ครอบครัวที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงในครอบครัว กำชับให้ครูให้คำแนะนำผู้ปกครองเรื่องการดูแลบุตรหลาน ในการเสพสื่อที่แสดงออกถึงการใช้ความรุนแรง โดยนำเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่าง..เสียง
ส่วนความคืบหน้าของคดี เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนฯ จะเดินทางไปยังสถานพินิจจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอสอบน้องทั้ง 2 คนเพิ่ม เนื่องจากไม่เชื่อว่าทั้ง 2 จะทำเพียงลำพัง อาจมีใครบางคนให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายศพ
////////////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

