
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 18 มิ.ย.69 พ.ต.ท.สุวิทย์ ซุยจรูญ พนักงานสอบสวน สภ.ระเบาะไผ่ ได้รับแจ้งจากนายจิรันธนิน นราเศรษวัฒน์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคศรีมหาโพธิ ว่าที่อาคารพานิชย์ ในตลาดแห่งหนึ่งหน้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ หมู่ 8 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นอาคารที่ชำรุดทรุดโทรม แต่มีการใช้ไฟมากผิดปกติ
หลังรับแจ้ง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐาปนะ คลอสุวรรณา ผกก.สภ.ระเบาะไผ่ นายจิรันธนิน นราเศรษวัฒน์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคศรีมหาโพธิ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบภายในอาคารพานิชย์ แบบ 3 ชั้น ภายในอาคารไม่มีผู้อยู่อาศัย เมื่อเจ้าหน้าที่เดินขึ้นไปบนอาคารชั้น 3 พบว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์บิตคอยน์ ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 อาคาร รวม 30 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์เชื่อมสัญญาญอินเทอร์เน็ต มิเตอร์ไฟฟ้าที่ดัดแปลง พัดลมขนาดใหญ่ เครื่องระบายความร้อน สายไฟฟ้า จำนวนมาก จึงได้ทำการรื้อถอนเพื่อนำของกลางไปเก็บรักษาที่ สภ.ระเบาะไผ่ จากการตรวจสอบหลักฐานอาคารทั้ง 2 อาคาร พบว่า ผู้เช่า และผู้ขอใช้ไฟฟ้าคือนายจิรัฏฐ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตัวมาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหา มีการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท
พ.ต.อ.ฐาปนะ คลอสุวรรณา ผกก.สภ.ระเบาะไผ่ เปิดเผยว่า สถานีตำรวจภูธรระเบาะไผ่ร่วมกับการไฟฟ้าศรีมหาโพธิ เข้าตรวจสอบบริเวณที่ได้รับแจ้ง ว่ามีการใช้ไฟฟ้าผิดปกติ ที่อาคารพานิชย์ ตลาดนัดงามสง่าโรจนะ พบจำนวน 2 ตึก ที่เป็นผู้เช่าคนเดียวกันพร้อมเครื่องบิตคอยน์จำนวนหนึ่ง ทั้งสองตึกมีพัดลมระบายความร้อน เครื่องปรับอุณหภูมิ พร้อมอุปกรณ์อื่นอีกหลายอย่างและคอมพิวเตอร์ เราก็ได้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าแล้ว น่าจะเป็นการลักลอบใช้ไฟในการขุดบิตคอยน์ ตามปกติบิตคอยน์ตามกฎหมายก็ไม่มีความผิด แต่ละลักษณะการใช้ไฟของการไฟฟ้าซึ่งไม่ได้จ่ายค่าไฟตามจำนวนไฟฟ้าที่ใช้จริง แต่มีการดัดแปลงมิเตอร์ทำให้การไฟฟ้าได้รับความเสียหาย
ส่วน กระบวนการนี้น่าจะเกิดจากมีผู้มาเช่าและดำเนินการอยู่ประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ทราบชื่อกระทำความผิดและผู้ขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าแล้ว เป็นคนคนเดียวกัน จากการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล เชื่อว่าผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลเดียวกัน เราก็จะดำเนินการออกหมายเรียกเพื่อมาสอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
