เช็คกระแส !”ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” รมช.เกษตรฯ ตรวจเยี่ยมงาน ที่แพร่ คอการเมืองบอกใบ้

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ฝายแม่ยม ตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ นางสุจนีย์ พรโสภิณ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดแพร่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานกรมประมงจังหวัดแพร่ ร่วมให้การต้อนรับ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ในการลงลงพื้นที่จังหวัดแพร่ ติดตามการบริหารจัดการน้ำฝายแม่ยม พร้อมมอบปัจจัยการผลิตยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

พร้อมรับฟังสถานการณ์น้ำ แนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำ และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ให้การต้อนรับ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

หน่วยงานกรมประมงในจังหวัดแพร่ ได้จัดนิทรรศการในเรื่องของสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง การเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกและการสร้างอาหารธรรมชาติ พร้อมนี้ ได้ส่งมอบพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 100,000 ตัว เพื่อส่งเสริมการสร้างแหล่งอาหารและรายได้ในชุมชนด้วย

ในช่วงบ่าย “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่ ณ. ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่ (กอเปา) ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วย AI ยกระดับการช่วยเหลือประชาชนเชิงรุก

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ. ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่ (กอเปา) ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำสมัยใหม่ รองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที

โอกาสนี้ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลและการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำของจังหวัด โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลเชิงพื้นที่มาสนับสนุนการตัดสินใจและการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

และรับชมวีดิทัศน์และรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับศักยภาพของศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ ก่อนมอบนโยบายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำให้สามารถรองรับสถานการณ์ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมอบสิ่งของและปัจจัยสนับสนุนแก่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและคุณภาพชีวิต

จากนั้น สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบภูมิสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การเฝ้าระวังและบริหารจัดการเชิงรุก โดยมีการนำเสนอระบบบริหารจัดการน้ำทั้งด้านน้ำท่วมและภัยแล้ง ระบบจำลองสถานการณ์และแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ตลอดจน Dashboard สำหรับผู้บริหาร ทีมกู้ภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยี LINE AI แจ้งเหตุ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และทีมปฏิบัติการในพื้นที่ ช่วยให้การรับแจ้งเหตุ การเฝ้าระวัง และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในด้านการเกษตร ได้มีการนำเสนอแนวทางการยกระดับพืชเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่เกษตรกรรมแม่นยำสูงและเกษตรกรรมอัจฉริยะ ผ่านระบบเตือนภัยด้านการเกษตร ระบบบริหารจัดการข้อมูลเกษตรกรเพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตตามปฏิทินการเพาะปลูก 52 สัปดาห์ และระบบ LINE AI ทีมผลไม้คุณภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร

พร้อมกันนั้น ยังได้พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนโดยตรง พร้อมรับข้อเสนอโครงการที่ต้องการการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อผลักดันสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการประชุม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (Climate Change) และการประยุกต์ใช้แบบจำลองสถานการณ์น้ำท่วมที่พัฒนาร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการคาดการณ์และบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติในอนาคต

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการพัฒนาภาคการเกษตร เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของประชาชนในจังหวัดแพร่และพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป

ส่วนแวดวง”คอการเมือง” บอกว่า นี่เป็นการตรวจตราความเรียบร้อยทางการเมืองว่า ทิศทางจะไปทางไหน และจะเตรียมรับมือดันอย่างไร เพราะการเมืองยังมีอะไรอะไรอีกมาก ต้องเตรียมความพร้อมไว้ทุกฝีก้าว ส่วนนักการเมืองในจังหวัดแพร่ มีการเตรียมสะสมพลังไว้อย่างเต็มที่ ใครดีใครอยู่ ดูจากการเลือกตั้งที่ผ่าน “ตกเก้าอี้” อย่างไม่เป็นก็มีมาแล้ว ส่วนจะขอทวง “เก้าอี้” คืนนั้นหรือ พอมีโอกาส ถ้าเด็ดพอ

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

You May Also Like