“ม๊อบชาวไร่อ้อย” กว่า 2 พันคน พร้อมรถบัส 60 คัน บุกกระทรวงอุตสาหกรรม ยื่นหนังสือถึง “วราวุธ” เรียกร้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขเงินช่วยเหลือ ขอรวมก้อน 120 บาท/ตัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตัดเงื่อนไขห้ามเผาแปลงหลังเก็บเกี่ยวออกไป ประกาศลั่น “ถ้าไม่ได้รับความยุติธรรมจะเอาสิบล้อปิดถนนทั่วประเทศ”

วันนี้ 26 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 2,000 คน รวมตัวกันเคลื่อนขบวนด้วยรถบัสกว่า 60 คัน บุกยึดพื้นที่หน้ากระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดศึกชนแหลกกับโครงสร้างอำนาจรัฐ หลังสุดทนกับพฤติกรรมและการบริหารงานของประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่ถูกครหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 แทรกแซงกระบวนการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปีเต็ม เพื่อหวังฮุบอำนาจเบ็ดเสร็จและล้มล้างระบบถ่วงดุลสามฝ่ายระหว่างราชการ โรงงาน และชาวไร่อ้อยตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย พรบ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527

โดยแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเปิดเผยความอัดอั้นว่า ที่ผ่านมาฝ่ายชาวไร่อ้อยถูกลดทอนคุณค่าและไม่ได้รับเกียรติอย่างรุนแรง ถึงขนาดมีการปรับเปลี่ยนผังที่นั่งในห้องประชุมให้ตัวแทนโรงงานน้ำตาลขึ้นไปนั่งแถวหน้า แล้วผลักไสตัวแทนเกษตรกรไปนั่งเยื้องด้านหลัง มิหนำซ้ำยังพบพฤติกรรมใช้เล่ห์เหลี่ยมสกัดการรับรู้ข้อมูลด้วยการดองการประชุมไว้หลายเดือน แล้วมัดรวมวาระความหนากว่า 500 ถึง 800 หน้า แจกจ่ายล่วงหน้าเพียง 2-3 วัน ก่อนจะลากยาวการประชุมมาราธอน 6 ถึง 7 ชั่วโมงจนกรรมการล้าและหมดแรงสู้ ซึ่งถือเป็นความผิดทางจริยธรรมและจรรยาบรรณอย่างร้ายแรงที่ไม่เคยมีผู้นำยุคใดทำมาก่อน

ชนวนเหตุที่ทำให้ชาวไร่อ้อยลุกฮือขึ้นมาในครั้งนี้ คือมาตรการคว่ำบาตรเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าตัดอ้อยสดสะอาดในอัตรา 120 บาทต่อตัน ซึ่งในอดีตเคยจ่ายตรงถึงมือเกษตรกรอย่างไร้ปัญหา แต่ประธาน กอน. คนปัจจุบันกลับหัวหมอ เสนอหักดิบแบ่งเค้กเงินก้อนนี้ออกเป็น 2 ส่วน คือจ่ายค่าตัดอ้อยสด 100% จำนวน 69 บาท และแยกอีก 51 บาทเป็นค่าอ้อยสดสะอาดหลังตัด โดยพ่วงเงื่อนไขสุดมหาโหดที่บังคับให้ชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลต้องออกไปสำรวจพิกัดจีพีเอส (GPS) แจ้งจุดแปลงปลูกอ้อยทุกแปลงทั่วประเทศรวมพื้นที่กว่า 10 ล้านไร่ พร้อมทั้งต้องเซ็นใบรับรองว่าจะไม่มีการเผาแปลงหลังเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้

ทางกลุ่มตัวแทนชาวไร่อ้อยย้ำชัดว่า เงื่อนไขการปักพิกัดและห้ามเผาใบหลังตัดอ้อยเป็นสิ่งที่ตลกขบขันและไม่มีทางปฏิบัติได้จริงในโลกแห่งความเป็นจริง มันคือการสร้างตอและเพิ่มอุปสรรคเพื่อดึงเช็งเงินช่วยเหลือให้ล่าช้าออกไป ทั้งที่ในฤดูกาลผลิตปี 2568/2569 ที่ผ่านมา เกษตรกรได้แสดงความจริงใจรักษาสิ่งแวดล้อมช่วยลดฝุ่น PM 2.5 จนยอดอ้อยไฟไหม้เหลือเพียง 3.80% ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์และต่ำที่สุดในโลกอยู่แล้ว

ทั้งนี้ในการบุกกระทรวงวันนี้จึงเป็นการทวงคำมั่นสัญญาที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา เคยประกาศจุดยืนเคียงข้างและเห็นใจชาวไร่อ้อยมาโดยตลอด โดยยื่นคำขาดให้กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปลดและเปลี่ยนตัวประธาน กอน. ทันที พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และต้องอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือค่าตัดอ้อยสดเต็มจำนวน 120 บาทต่อตันในยอดเดียวโดยปราศจากเงื่อนไขซ่อนเร้น ซึ่งหากข้อเรียกร้องทั้งหมดนี้ถูกเพิกเฉยและไม่ได้รับความเป็นธรรม กลุ่มชาวไร่อ้อยประกาศลั่นพร้อมยกระดับมาตรการขั้นสูงสุดด้วยการระดมรถบรรทุกสิบล้อปิดตายเส้นทางจราจรทั่วประเทศเพื่อเป็นคำตอบสุดท้าย

You May Also Like