
“อยากมีลมหายใจต่อไป” คำพูดสะเทือนใจของยายวัย 73 ปี ต้องทนร้อนมาหลายเดือน หลั่งน้ำตาแห่งความดีใจ หลังเจ๊กุ้ง หอบพัดลม ข้าวสารอาหารแห้งช่วยเหลือทันทีหลังทราบข่าว ขอบคุณเพื่อนบ้าน คนในชุมชนช่วยเหลือมาโดยตลอด
วันที่ 3 ก.ค. 2569 นางนิจนันท์ ปราบทอง หรือเจ๊กุ้ง อายุ 51 ปี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ บ้านของนางบรรทม เกิดใจดี อายุ 73 ปี บริเวณม.2 ต. ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท พร้อมขนพัดลม กาต้มน้ำร้อน ข้าวสารอาหารแห้งอีกจำนวนมาก มามอบให้หลังรับแจ้งจากคนในชุมชนว่า ทางนางบรรทม ต้องการพัดลม และกาต้มน้ำ มาใช้ในชีวิตประจำวันหลังพังมาหลายเดือน ไม่มีเงินไปหาซื้อใหม่ อาศัยเงินสวัสดิการรัฐ และข้าวจากเพื่อนบ้านเท่านั้น ด้วยความชราและโรครุมเร้าจึงไม่สามารถทำงานได้ เข่าทั้งสองข้างต้องทำการผ่าตัด เดินไม่สะดวก ทั้งยังอยู่ตัวคนเดียว ลูกชายเสียชีวิตไปหลายปีก่อน บ้านที่อยู่ก็ต้องทนอยู่ไปไม่มีเรี่ยวแรงทำความสะอาด พอทราบข่าวทางเจ๊กุ้งไม่รอช้ารีบตอบรับคำขอ และหาซื้อของมาให้คุณยายในทันทีทันใด โดยมีนายเพทาย คล้ายสมาน นายกเทศมนตรีตำบลธรรมามูล พร้อมทีมงานให้การต้อนรับ พร้อมจะนำทัพจิตอาสาช่วยย้ายทำความสะอาด
นางบรรทม เกิดใจดี เปิดเผยว่า บ้านที่อยู่อาศัย มีกลุ่มคนใจดีจิตอาสา มาสร้างให้อยู่ ส่วนพัดลมที่ให้มาก็พังมานานแล้ว นอนทนร้อนมานาน ส่วนกาต้มน้ำที่ตนใช้กินกาแฟ ต้มมาม่า ก็พังเช่นกัน พอรู้ว่าเจ๊กุ้งจะนำมาให้ก็รู้สึกดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไม่คิดว่าจะมีคนมาให้แบบนี้ ปกติตนก็กินข้าวหุงข้าวบ้าง มีคนในร้านครัวลุงหวั่นที่อยู่ตรงข้ามบ้านให้กับข้าวมากินตลอด และยังให้ต่อไฟใช้อีกด้วย รู้สึกอยากมีลลมหายใจต่อไปเพราะ มีแต่คนใจดีคอยช่วยเหลือ ใจจริงก็อยากทำงานเบาๆ อย่างร้อนมาลัยอยู่บ้าน ไม่อยากเป็นภาระใคร เพราะจะไปทำงานหนักๆก็ไม่ไหว ถ้าทำอยู่บ้านได้ก็จะดีมากหากมีใครจ้าง ส่วนเงินที่มีใช้ จะได้จากบัตรสวัสดิการรัฐเท่านั้นเดือนละ 700 บาท แต่ช่วงนี้มีไทยช่วยไทยพลัสเข้ามาก็ช่วยอีก 1 พันบาท เอาไปซื้อข้าวมาเก็บไว้หุงกินปะทังชีวิต อยากขอบคุณรัฐบาลที่ให้เงินส่วนนี้มาต่อลมหายใจ ถ้าไม่มีเงินตรงส่วนนี้ที่รัฐให้ ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าวกิน อยากให้มีโครงการดีๆเช่นนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ

