
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สน.ลุมพินี ซึ่ง น.ส.วนิดา อ่วมพิทักษ์ ไรเดอร์สาวผู้เสียหาย เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน ภายหลังเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 บริเวณแยกอโศก ขณะกำลังมุ่งหน้าไปส่งพัสดุย่านสุขุมวิท 40 โดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด
น.ส.วนิดา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขี่รถจักรยานยนต์นำพัสดุไปส่งให้ลูกค้าตามเส้นทางปกติ กระทั่งมีรถเอสยูวีสีขาวที่วิ่งอยู่เลนขวาขับเบียดเข้ามาเป็นครั้งแรก แต่ไม่ได้ติดใจและขี่ต่อ เพราะต้องรีบไปส่งของให้ลูกค้า
ต่อมารถคันเดิมขับเบียดเข้ามาอีกครั้ง ทั้งที่ตนขี่อยู่เลนกลางและอีกฝ่ายไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว จึงบีบแตรเพื่อเตือน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะมาหยุดติดสัญญาณไฟแดงบริเวณแยกอโศก
เมื่อรถจอด คนขับรถเอสยูวีได้ลงจากรถ เดินตรงเข้ามาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนใช้มือตบเข้าที่ศีรษะอย่างแรง จนหมวกกันน็อกเลื่อนลงมาปิดใบหน้า ทำให้เกิดอาการมึนงงและเวียนศีรษะ
ผู้เสียหายพยายามอธิบายว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ขับรถเบียด และตนเพียงบีบแตรเพื่อเตือนเท่านั้น แต่กลับถูกด่าทอซ้ำ อีกทั้งคู่กรณียังพยายามเข้ามาทำร้ายและผลักรถจักรยานยนต์จนเกือบล้ม โชคดีที่มีพลเมืองดีซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังเข้ามาช่วยห้ามไว้ ทำให้เหตุการณ์ไม่บานปลาย ก่อนผู้ก่อเหตุจะรีบขับรถหลบหนี
แม้จะถูกทำร้าย แต่ น.ส.วนิดา ยังตัดสินใจนำพัสดุไปส่งให้ลูกค้าให้เรียบร้อยก่อน เพราะไม่ต้องการให้ลูกค้ารอนาน จากนั้นจึงเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ พร้อมเข้ารับการตรวจร่างกาย เนื่องจากยังมีอาการเวียนศีรษะจากการถูกทำร้าย
เธอเปิดเผยว่า พลเมืองดีได้ส่งคลิปเหตุการณ์และข้อมูลทะเบียนรถของผู้ก่อเหตุมอบให้เป็นหลักฐาน ซึ่งได้นำส่งพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งนำคลิปจากกล้องติดรถจักรยานยนต์ของตนเองมอบให้สื่อมวลชนเพิ่มเติมด้วย
ผู้เสียหายยังระบุว่า ระหว่างเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุมีการพูดจาดูหมิ่นอาชีพไรเดอร์ โดยกล่าวในทำนองว่า “กูให้พื้นที่พวกมึงทำมาหากิน” ทำให้รู้สึกเสียใจ เพราะไรเดอร์ทุกคนประกอบอาชีพสุจริต และถนนเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนมีสิทธิใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุอาจอยู่ในอาการมึนเมาหรือไม่นั้น น.ส.วนิดา ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุสวมหน้ากากอนามัยถึง 2 ชั้น อีกทั้งตนพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ขณะที่พลเมืองดีที่เข้ามาช่วยห้ามก็เกือบถูกหาเรื่องเช่นกัน
ผู้เสียหายฝากถึงผู้ก่อเหตุและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนว่า ควรเคารพกฎจราจร ตรวจสอบกระจกมองข้าง และเปิดไฟเลี้ยวก่อนเปลี่ยนเลน ไม่ควรขับรถเบียดผู้อื่น เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ใช้รถใช้ถนนเพื่อประกอบอาชีพ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า
“ถนนไม่ใช่ของคุณคนเดียว ทุกคนมีสิทธิใช้ร่วมกัน ถ้าคุณมีใบขับขี่ก็ควรรู้กฎจราจร อย่าเบียดรถคนอื่นโดยไม่ให้สัญญาณ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุ คนขี่มอเตอร์ไซค์เป็นฝ่ายเจ็บ เสียเวลาทำมาหากิน และไม่คุ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยค่ะ”
ขณะที่บรรยากาศบริเวณ สน.ลุมพินี มีกลุ่มไรเดอร์เกือบ 100 คน เดินทางมารวมตัวให้กำลังใจผู้เสียหาย หลังทราบข่าวว่าคู่กรณีซึ่งเป็นคนขับรถปาเจโร่สีขาวจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย
ด้านนายทัพพ์เทพ เฉลิมทรัพย์ แอดมินเพจ G เคลื่อนที่เร็วเราช่วยกัน เปิดเผยว่า กลุ่มไรเดอร์เดินทางมาโดยไม่ได้นัดหมาย เพื่อให้กำลังใจไรเดอร์สาวผู้เสียหาย และต้องการสอบถามคู่กรณีว่าทำไมจึงใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงถึงขนาดนี้ พร้อมยืนยันว่าการรวมตัวครั้งนี้ไม่มีเจตนาใช้ความรุนแรงหรือก่อความวุ่นวาย แต่ต้องการมาแสดงพลังและให้กำลังใจผู้เสียหาย รวมถึงติดตามกระบวนการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด.

