นครปฐม สาวมอญ ใจเด็ดย่องขี่ จยย.หนี ข้ามอำเภอ ขอให้ทหารกรมการสัตว์ทหารบก ให้ช่วยเหลือหลังถูกชายพม่าอนาจารกักตัวนานหลายวันให้มาเป็นเมียน้อยจนต้องหลบหนี

สาวมอญขี่จักรยานยนต์ข้ามอำเภอตรงดิ่งเข้าค่ายกรมการสัตว์ทหารบกที่นครปฐมพร้อม แสดงท่าทางขอความช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยได้จึงได้แต่ยื่นมือทำท่าให้ใส่กุญแจมือ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือและสร้างความอุ่นใจก่อนประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วย ดำเนินการ โดยหลังล่ามมาช่วยแปลภาษาถึงพบความจริงว่าเจ้าตัว ถูกชายชาวพม่าหลอกมาทำงานที่นครปฐมแต่เมื่อมาถึงได้ถูกกระทำชำเราและกักตัวไว้นานกว่าเจ็ดวัน แต่วันนี้ชายคนดังกล่าวดื่มเหล้าเมาจนหลับจึงอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวลักโทรศัพท์มือถือและขับขี่รถจักรยานยนต์หนีเอาตัวรอดข้ามอำเภอเมื่อมาเห็นค่ายทหารจึงขอให้เจ้าหน้าที่ทำการช่วยเหลือ เพราะเชื่อว่ามีความปลอดภัยที่สุด

วันที่ 12 กรกฎาคม 69 เมื่อเวลา 20.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารประจำหน่วยกองรักษาการ ค่ายทองฑีฆายุ กรมการสัตว์ทหารบก อ.เมือง จ.นครปฐม และเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ได้ปฏิบัติหน้าที่เวรยาม ได้มีหญิงอายุไม่ประมาณ 20 ปีเศษ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน สุพรรณบุรี ตรงเข้ามาหาและแสดงท่าทีตื่นตระหนัก จากนั้นได้ยื่นมือ 2 ข้างแสดงท่าทางให้ช่วยจับกุมและใส่กุญแจมือ แต่ไม่สามารถพูดสื่อสารภาษาไทยได้ ทางเจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้รับตัวและให้อยู่ในความดูแลเพื่อสงบอารมณ์และทำให้ผ่อนคลายก่อนจะประสาน คนงานที่สามารถแปลภาษาได้ เพื่อทำการสื่อสารสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ จากนั้นได้รายงานไปยัง พลตรีสมพงษ์ สุขประดิษฐ์ เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก ให้ทราบโดยได้กำชับในการดูแลให้ความปลอดภัยกับหญิงชาวมอญ และให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยดำเนินการตามกระบวนการ

โดยเมื่อล่าม มาถึงจึงได้สอบถามทราบชื่อหญิงคนดังกล่าวว่าเป็นชาวมอญ ชื่อนางสาวเอตูซา อายุ 26 ปี โดยที่ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตื่นเข้ามาหาเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากตนเองได้ถูกชายชาวพม่า ที่พบกันในโซเชียลเฟซบุ๊กว่าบอกว่าจะให้มาทำงานด้วย จากนั้นได้ให้นายหน้าไปรับตัวที่ด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรีให้มาพบกัน แต่พอมาถึงได้ 7 วัน ชายคนดังกล่าวก็ทำการข่มขืนได้กักตัวและบอกว่าให้มาเป็นเมีย แต่ตนเองไม่ยอม และกักตัวไม่ให้ไปไหน โดยวันนี้ชายคนดังกล่าวซึ่งทราบว่าเป็นช่างเหล็กในโรงงานแห่งหนึ่งพื้นที่อำเภอกำแพงแสน ห่างจากตัวเมืองนครปฐมประมาณ 40 ถึง 50 กิโลเมตร ได้นั่งดื่มเหล้าเนื่องจากเป็นวันหยุดและได้เผลอหลับ จากนั้นจึงอาศัยช่วงดังกล่าวหยิบโทรศัพท์มือถือ และขับขี่รถจักรยานยนต์โดยได้เติมเติมน้ำมันมา 30 บาท โดยไม่ทราบเส้นทางกระทั่งมาเจอพื้นที่ลักษณะเป็นค่ายทหารจึงได้ขับขี่เข้ามาขอความช่วยเหลือแต่พูดไม่ได้จึงทำได้เพียงการแสดงท่าทางให้จับกุมตัวเพราะเชื่อว่าจะอยู่ในความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ไทย

จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ. เมืองนครปฐมเดินทางมามารับตัวพบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้ถูกเจ้าของซึ่งเป็นคนพม่าแจ้งความรถหายไว้ในพื้นที่สภ. กำแพงแสน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาจึงพบว่าเป็นรายเดียวกันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามรถอยู่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ให้ความเชื่อมั่นและส่งตัวนางสาวเอตูซา ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการเพื่อส่งตัวในคดีเกี่ยวกับรถหายก่อนและจะดำเนินการข้อมูลที่ผู้เสียหายหญิงรายนี้ได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ไว้

You May Also Like