
ความคืบหน้า กรณี มูลนิธิปวีณา เพื่อเด็กและสตรี ได้พาเด็กนักเรียน อายุระหว่าง 10-15 ปี รวม 11 คน ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ พร้อมด้วยผู้ปกครอง เดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อเอาผิดกับผู้อำนวยการโรงเรียน ที่มีพฤติกรรมล่อลวงเด็กนักเรียนหญิง ไปลวนลามจับหน้าอก โดยกลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว มีพฤติกรรมลวนลามเด็กนักเรียนหญิงมานานหลายปี แต่ไม่มีใครกล้าออกมาร้องเรียน หรือแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ เนื่องจากถูกข่มขู่ว่า จะไล่ออกจากโรงเรียนและจัดทุนการศึกษาที่ได้รับ กระทั่ง มีหนึ่งในผู้ปกครองของ เด็กนักเรียนที่ถูกลวนลาม ทราบเรื่องและได้ออกรวบรวมข้อมูลของเด็กนักเรียนที่ถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน เข้าไปร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี จนนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวปิยะภรณ์ สุขะปุณพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าว ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้า การสืบสวนทางวินัยว่า เบื้องต้น ทาง ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 ได้เดินทางลงพื้นที่ไป เก็บรวบรวมข้อมูลจากทั้งกลุ่มเด็กนักเรียนและผู้ปกครองในพื้นที่ รวมถึงได้มีคำสั่ง ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวเดินทางมาช่วยราชการ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1
ก่อนจะมีคำสั่งล่าสุด ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อนทันที เพื่อไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการสอบสวน พร้อมกันนี้ ยังได้มีการอำนวยความสะดวก ให้กับกลุ่มผู้ปกครองและเด็กนักเรียนผู้เสียหาย โดยการจัดรถรับส่ง ไปยังสถานีตำรวจให้ด้วย ในส่วนของเด็กนักเรียนทั้ง 11 คนที่เป็นผู้เสียหาย ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้ประสานโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี เพื่อส่งครู เข้ามาดูแล เรื่องการเรียนการสอนในช่วงที่เด็กทั้ง 11 คน ต้องขาดเรียนจากโรงเรียนเดิม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เรื่องของการเรียนไม่ทันเพื่อนหรือขาดเรียน
ในส่วนของการสืบสวนทางวินัย ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ครบรอบด้าน โดยมีระยะเวลาการสืบสวนรวบรวมข้อมูลและพิจารณาความผิด ไม่เกิน 180 วัน จะต้องได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งหากพบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวมีการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง จะถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งมีโทษตั้งแต่การให้ออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 ขอยืนยันว่า จะดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ในส่วนของการดำเนินคดี ตามกฎหมายนั้น ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เริ่มทำการ สอบถามข้อมูลจากกลุ่มเด็กนักเรียนผู้เสียหายแล้วในวันนี้ เพื่อดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยครบทั้ง 11 คนโดยเร็วที่สุด
///////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

