มท.2 ลงพื้นที่นครพนม ติดตามยุทธการ 90 วันพิชิตยาเสพติด รับข้อเสนอพัฒนา 3 โครงการเร่งด่วน ดันค่าตอบแทน ชรบ. 1,000 บาทต่อเดือน พร้อมแย้มมาตรการลดค่าครองชีพ

นครพนม – วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามการขับเคลื่อน “ยุทธการ 90 วัน พิชิตยาเสพติด” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชน ผู้นำท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่ โดยมี นพ.อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายชูกัน กุลวงษา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ก่อนเริ่มภารกิจ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กราบนมัสการองค์พระธาตุพนมเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเดินทางไปยังหอประชุมอำเภอธาตุพนม เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน และตรวจแถวกำลังพลชุดเฉพาะกิจ (ฉก.24) ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พร้อมชมการสาธิตการระงับเหตุและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน

ชูนครพนมพื้นที่ยุทธศาสตร์ สกัดยาเสพติดชายแดนโขง

นายพลพีร์ กล่าวว่า จังหวัดนครพนมเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายหลักของ ยุทธการ 90 วัน พิชิตยาเสพติด เนื่องจากมีแนวชายแดนติดแม่น้ำโขงยาวกว่า 174 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย

กระทรวงมหาดไทยจึงให้ความสำคัญกับการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) อาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกันปิดล้อมพื้นที่เสี่ยง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้จังหวัดนครพนมมีผลการจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดอยู่ในระดับสูงของพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

พร้อมกันนี้ กระทรวงมหาดไทยยังใช้มาตรการ “สกัดกั้นแบบไร้รอยต่อ” โดยนำเทคโนโลยี เช่น กล้องวงจรปิด โดรน และระบบเฝ้าระวัง มาเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน

เดินหน้าปราบปรามควบคู่บำบัดผู้เสพ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการจับกุมผู้ค้าเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการบำบัดรักษาผู้เสพควบคู่กัน โดยใช้แนวทาง CBTx (Community-Based Treatment) หรือการบำบัดโดยชุมชนเป็นฐาน ให้ครอบครัว ผู้นำชุมชน และหน่วยงานสาธารณสุขร่วมดูแล เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน และไม่กลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก

นอกจากนี้ หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือแสวงหาผลประโยชน์ในพื้นที่ชายแดน จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น

ผู้นำท้องถิ่นเสนอ 3 โครงการเร่งด่วน

ในโอกาสนี้ นายธนัตชัย คำป้อง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอธาตุพนม ได้ยื่นข้อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินโครงการสำคัญ 3 โครงการ ได้แก่

ปรับปรุงหอประชุมและภูมิทัศน์ที่ว่าการอำเภอธาตุพนม ซึ่งมีอายุการใช้งานกว่า 30 ปี และอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม

ก่อสร้างอาคารส่วนต่อขยายที่ว่าการอำเภอ เพื่อรองรับภารกิจและการให้บริการประชาชนที่เพิ่มขึ้น

สนับสนุนงบประมาณให้ ชรบ. ในหมู่บ้านพื้นที่ตอนใน ซึ่งยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ แม้มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบและสกัดกั้นยาเสพติด

ดันค่าตอบแทน ชรบ. เดือนละ 1,000 บาท

นายพลพีร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันอำเภอธาตุพนมมีสมาชิก ชรบ. ประมาณ 2,000 นาย แต่ได้รับการสนับสนุนเครื่องแบบและอุปกรณ์ไม่ถึง 500 นาย ทำให้หลายคนต้องจัดหาด้วยตนเอง กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการให้กรมการปกครองเร่งจัดสรรเครื่องแบบ อุปกรณ์ และยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นให้เพียงพอ

พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อผลักดัน ค่าตอบแทนรายเดือนสำหรับ ชรบ. ทั่วประเทศ ในอัตรา 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 700 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังภาคประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่เสียสละเพื่อประเทศ

ชูบทบาท “ชรบ.” กำลังหลักของชุมชน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชื่นชมบทบาทของ ชรบ. ที่เป็นกำลังสำคัญในการตั้งจุดตรวจ ลาดตระเวน แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิด คัดกรองบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย รวมถึงติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ ตามแนวคิด “ชุมชนล้อมรักษ์” ซึ่งให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

แย้มมาตรการลดค่าครองชีพ เริ่มเดือนสิงหาคม

นายพลพีร์ ยังเปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลเตรียมทยอยดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ได้แก่

ลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า 1–200 หน่วย เหลือประมาณ 3 บาทต่อหน่วย

สนับสนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน มูลค่าโครงการ 120,000 บาท โดยรัฐอุดหนุน 50,000 บาท

สนับสนุนการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ราคา 25,000 บาท โดยรัฐบาลช่วยอุดหนุน 10,000 บาท

ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่อำเภอธาตุพนม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเดินทางต่อไปยังอำเภอเรณูนคร และอำเภอเมืองนครพนม เพื่อพบปะประชาชน รับฟังปัญหาในพื้นที่ และติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่า “ความมั่นคงของประเทศต้องเริ่มจากความเข้มแข็งของชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน”
ข่าว/ภาพ​ ​ประทีป​ วชิระ​ธ​ั​ญญา​กุล​ผู้​สื่อข่าว​ภูมิภาค​จังหวัด​นครพนม​ โทร​084-934075-0​

You May Also Like