
วันที่ 20 ก.ค.2569 พ.ต.ท.สันติชัย ศรีสวัสดิ์ สว.ส.ทล.5 กก.4 บก.ทล. นำชุดจับกุมตัวนายพันกร อายุ 26 ที่ ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ในความผิดฐาน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือ ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลข สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือ
บางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการ น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด
ตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ250/2568 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2568 จับกุม ได้ที่หน้าห้องพัก ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก สืบทราบว่านายพันกร ซึ่งเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ในข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ฯ
น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด”มูลค่าความเสียหายในคดีนี้ เป็นเงินจำนวน 800,000 บาท เหตุเกิดท้องที่ สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ซึ่งได้หลบหนีมาอาศัยอยู่กับภรรยาที่ห้องเช่าใน ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกลนครจึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบตัวนายพันกร อาศัยอยู่ภายในห้องหลังดังกล่าว สอบถามนายพันกร รับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และรับว่าตนเองเต็มใจที่จะรับจ้างเปิดบัญชีม้าจริง โดยได้เดินทางข้างไปยังฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา กับนายหน้าผู้จัดหาบัญชีม้า ไปทำหน้าที่ในการใช้บัญชีธนาคาร
ของตนเอง จำนวน 2 บัญชี รับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดของแกงค์สแกมเมอร์ จากนั้นก็จะถ่ายโอนเงิน
ดังกล่าวไปยังบัญชีธนาคารอื่นตามที่แกงค์สแกมเมอร์บอกให้โอน ได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท ทำงาน
อยู่ฝั่งปอยเปต ได้ประมาณ 7 วัน ก็เดินทางข้ามกลับมาฝั่งประเทศ หลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับไปอีก โดยแกงค์สแกมเมอร์เองได้นำบัญชีของนายพันกร ไปใช้ในการหลอกลวงประชาชนทำให้ได้รับความเสียหายในหลายท้องที่ ทั้งพ้นที่ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ
ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติคดีอาชญากรรมเพิ่มเติม พบว่านายพันกร ยังมีหมายจับในข้อหาเป็นบัญชีม้าแบบเดียวกันอีกจำนวน 4 หมายจับด้วยกัน ดังนี้1.หมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.76/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์2569 ท้องที่ อ.เมือง จ.ชุมพร 2.หมายจับศาลอาญา ที่3509/2569 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ท้องที่เขตบางกอกน้อย กรุเทพฯ
3.หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 15/2568 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ท้องที่ กรุเทพฯ 4.หมายจับศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.296/2568 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ท้องที่ อ.เมือง จ.น่าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกลนคร ได้นำตัวนายพันกร ส่งพนักงานสวน สภ.คำชะอี เพื่อดำเนินคดีตาม
กฎหมาย และได้ประสานกับพนักงานสอบสวนตามหมายจับอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการอายัดตัวดำเนินคดีต่อไป ในชั้นจับกุมนายพันกร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
////////////////// วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร 0819541528

