วันที่ 23 ก.ค.69 ที่ ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมือง จ.หนองคาย รายชื่อเจ้าหน้าที่เข้าร่วมรับนายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สปป.,นายฤทธิ์ศรี โชติกเสถียร ผอ.ปป.,นายพงศศิริ ชื่นบาน ผอ.ปปส.ภ.๔,นางสาวนุชนีย์ จันทนุช ผอ.บก.,นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย,นางสาวขญาณิศฐ์ ภูหัตถการ ผอ.ส่วนบริการศุลกากร ๑,นางสาววริษฐา ศรีคะ หน.ฝ่ายสืบสวนและปราบปรามพางศุลกากร,พ.ต.ท.ธียาณพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย, พ.อ.บริสุทธิ์ สุจิพรหม รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ ๒ กกล.สุรศักดิ์มนตรี, พ.ต.อ.ประภาพ ธิติศักดิ์ รอง ผบก. ภ.จว.หนองคาย ,นายชัยสิทธิ์ คำภาจันทร์ หน.ศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รับตัว 2 ผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่หลบหนีหมายจับลักลอบข้ามแดนหลบใน สปป.ลาว ถูกนำตัวส่งมาดำเนินคดีในไทย

ตามที่รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกุล ได้กำหนดเป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล” ภายใต้แผนปฏิบัติการ “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในฐานะ หน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งในประเทศและระดับสากล ได้มุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่างชาติอย่างต่อเนื่อง นับแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการยกระดับสายด่วน 1386 ที่พึ่งทุกปัญหา ยาเสพติด ให้เป็นช่องทางหลักในการรับข้อร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนอย่างทั่วถึงและปลอดภัย เพื่อขานรับนโยบายพิฆาตยาเสพติดของรัฐบาลให้เกิดผล
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับฝ่าย สปป.ลาว นำโดย พลจัตวา จันพอนเพ็ด คำสี หัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว และ พันเอก จันทอน เฮืองคำไซ หัวหน้าสำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน แนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติด มาตรการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดน และแนวทางการยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมทั้งศึกษาสภาพพื้นที่และ เส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการสกัดกั้นและ การปฏิบัติการร่วมระหว่างสองประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากด้านการสกัดกั้นยาเสพติด พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการสืบสวนขยายผล รวมทั้งติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการไทย ที่หลบหนีเข้ามาอาศัยอยู่ใน สปป.ลาว ซึ่งบุคคลเหล่านี้ยังคงมีพฤติการณ์เคลื่อนไหวในการค้ายาเสพติดร่วมกับ เครือข่ายอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอาชญากรข้ามชาติ สร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งสองประเทศ และได้มอบหมายให้ สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ หน่วยงานด้านยาเสพติดของ สปป.ลาว ส่งตัวผู้ต้องหา ซึ่งหลบหนีหมายจับรายสำคัญ จำนวน 2 ราย ที่ นครหลวงเวียงจันทน์
จากทางการ สปป.ลาว ส่งมอบตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีหมายจับในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามข้อมูล ข่าวสารยาเสพติดผ่านสายด่วน 1386 โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานระหว่างประเทศ กรมสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (NCID) และประสานข้อมูล กับกรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด สปป.ลาว จึงนำมาซึ่งการจับกุมและส่งมอบตัวผู้ต้องหา จำนวน 2 คน ณ ด่านสะพานมิตรภาพไทย – ลาว อ.เมือง จ.หนองคาย
1. นายกิตติพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ เป็นบุคคลตามหมายจับศาล อาญา ที่ 137/2567 ลงวันที่ 4 เมษายน 2567 ข้อหาสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเดี่ยวกับยาเสพติดฯ, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ฯ และเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญตามประกาศ สืบจับของสำนักงาน ป.ป.ส. ประจำปี 2569 ซึ่งนายกิตติพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่รถสำรวจเส้นทางการ ขนลำเลียงยาบ้า 10 ล้านเม็ด คีตามีน 60 กิโลกรัม จากพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เข้ามากระจายต่อในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้หลบหนีหมายจับออกไปยังต่างประเทศ สำนัก ป.ป.ส. จึงประสานทางการมาเลเซียและทางการ สปป.ลาว ทำการตรวจสอบ และพบข้อมูลการเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปยัง นครหลวงเวียงจันท์ สปป.ลาว จึงได้ร่วมมือทั้ง 3 ประเทศ จนกระทั้ง กรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด สปป.ลาว สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ท่าอากาศยาน นานาชาติวัดไตร
2. นายชัยนาวิน (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ชาว จ.เลย เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ จ.225/2567 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ข้อหาสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเดี่ยวกับยาเสพติดฯ, จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยนายชัยนาวินฯ เป็นผู้สั่งการเครือข่าย ยาเสพติดแนวชายแดนไทย – สปป.ลาว ในการลำเลียงยาบ้าและไอซ์เข้าสู่ ประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับคดีการจับกุมยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ที่นครหลวงเวียงจันทน์เตรียมนำเข้าสู่ประเทศไทย และคดี การจับกุมไอซ์ 600 กก. พร้อมหนังเสือโคร่ง 1 กระสอบ ที่ อ.เมือง จ.หนองคาย เมื่อปี 2568
#ข่าว #ลาว ส่ง 2 ผู้ต้องหลบหนีหมายจับ # ป.ป.ส.4 #หนองคาย HOTNews #มนเดช #พ่อตู้ลภ

