
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนองุ่นกานดา ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี คุณยงยุทธ คงสวัสดิ์ ประธานบริษัทเซียงไฮ้ไทยรับเบอร์ โปดักส์ จำกัด หอบเอกสารโครงการเดินทางเข้าพบกับ พลตำรวจโทเรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำเสนอโครงการการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือบก จุดโครงการขนถ่ายสินค้าทางรางสถานีรถไฟวังเย็น หมู่ที่ 3 ตำบลวังเย็น รวมถึงพื้นที่บริเวณ บนพื้นที่1,500 ไร่ บ้านพุน้อย หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านเก่า ซึ่งบริษัทเซียงไฮ้ไทยรับเบอร์ โปรดักส์จำกัด จัดทำโครงการนี้มาเป็นเวลาประมาณ 2 ปี มาแล้ว จนเวลานี้โครงการในพื้นที่เฟสที่ 1 ผู้ร่วมลงทุนติดต่อลงทุนในพื้นที่หมดไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนโครงการเฟสที่ 2 ซึ่งพื้นที่จะต้องมีการขยายต่อเพิ่มเติมออกไป และโครงการเฟสที่ 2 นี้พื้นที่บางส่วนอดีตมือปราบคนดัง เป็นเจ้าของที่ดินมีอยู่ประมาณ 200 ไร่ คุณยงยุทธ คงสวัสดิ์ จึงต้องรีบเร่งเข้าไปพบเพื่อเจรจาขอใช้พื้นที่ดังกล่าว
สำหรับคุณยงยุทธ คงสวัสดิ์ ประธานบริษัทเซียงไฮ้ฯ จึงต้องรีบเร่งนำรูปแบบของโครงการดังกล่าว เข้าไปพบ พลตำรวจโทเรวัช ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว และการเข้าพบกับทางเจ้าของที่ดิน ก็ตามสไตล์ ของท่านก็พูดจาเสียงดังฟังชัดเจน เล่นเอาเอฟซีถึงกับสะดุ้ง ด้วยคำถามว่า โครงการใหญ่โตขนาดนี้แล้วผมไปเกี่ยวอะไรด้วย เรื่องแบบนี้ตนเองก็ไม่สันทัดและไม่มีความถนัด คุณยงยุทธ จึงได้อธิบายการเข้ามาพบเสนอโครงการที่ทำ สุดท้ายก็จูนเรื่องโครงการให้ท่านทราบว่า ทางบริษัทเซียงไฮ้ไทยรับเบอร์ จะขอใช้พื้นที่ดินของท่าน ท่านก็ถามต่ออีกว่าโครงการเป็นของใคร เพราะตนเองโดนหลอกมาก่อน ท่านเรวัช เล่าเรื่องราวว่า ที่ดินดังกล่าวตนเองก็โดนหลอกจากโครงการหนึ่งต้องการซื้อ ตนเองจึงต้องวางมัดจำเป็นเงินนับล้านบาท แล้วสุดท้ายคนที่ต้องการที่ดินก็หายเงียบไป ดังนั้นตนเองจึงต้องซื้อที่ดินแปลงนี้ โดยหุ้นกับนายกประสาน เอามาเป็นของตนไม่เช่นนั้นเงินมัดจำจะสูญ และซื้อมาเกือบ 20 ปี แล้ว
สุดท้ายเมื่อมือปราบคนดังได้รับฟังรายละเอียด ท่านจึงบอกว่า ตนเองก็อยากเห็นความเจริญของเมืองกาญจน์ มานานแล้ว ซึ่งโครงการของบริษัทเซียงไฮ้ฯ จะใช้พื้นที่ดังกล่าว ส่วนตนเองไม่สันทัดกับเรื่องโครงการแบบนี้ แต่หากต้องการจริงๆ ตนไม่ได้ขัดข้องใดๆ เอาพื้นที่ไปใช้ก็เกิดประโยชน์ และเกิดการพัฒนาให้เมืองกาญจน์เจริญตนเองยินดีอย่างยิ่ง พื้นที่เป็นพื้นที่อยู่ในเศรษฐกิจพิเศษ ท่านเรวัช ยังได้เล่าว่าเพิ่มเติมว่าพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษนี้ ตนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ผลักดันในยุครัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ เปิดเส้นทางจากพุน้ำร้อนไปสู่เมืองทวาย มันถึงเกิดมาเช่นทุกวันนี้ แต่แล้วเรื่องมันก็เงียบหายไป แต่เมื่อมันเป็นไปได้ตนเองก็อยากจะให้เมืองกาญจน์เกิดความเจริญจริงๆ โดยเฉพาะอยากเห็นในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ ย้ำว่าส่วนตนเองไม่รู้เรื่อง กับโครงการแบบนี้ยอมรับว่าไม่สันทัดจริงๆ
และยังบอกกับ คุณยงยุทธ อีกว่าตนเองยังมีที่ดินจุดอื่นอีก หากต้องการทำอะไรให้เกิดความเจริญสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ก็ยินดีให้แจ้งมา แถมยังบอกอีกว่าพอมีทุนให้อีกส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวด้วย และจากการเข้าพบพูดคุยเจรจากันใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากท่านเรวัช มีเอฟซีที่ยังรออยู่มาก พอได้ทราบรายละเอียด ก็ได้ขอตัวไปพบกับเอฟซี ที่มารอพบอยู่จำนวนมาก และต้องไปทำธุระอื่นต่อ
และคุณยงยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก็นับว่าเป็นโอกาสดีที่ได้พบและพูดคุยเจรจากับท่านจนท่านก็เข้าใจกับโครงการฯ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ แม้ว่าท่านยังไม่เข้าใจกับโครงการ เซียงไฮ้ไทยรับเบอร์ฯ มากนัก หลังจากนี้เมื่อโครงการเกิด คิดว่าท่านก็เข้าใจอะไรดีกว่านี้ ท่านก็สนใจพร้อมย้ำว่าอยากให้เมืองเกิดความเจริญมากกว่านี้ มานานแล้ว และคำสุดท้ายท่านยังได้อวยพรขอให้โครงการสำเร็จโดยเร็ว และต้องการอยากเห็นโครงการเกิดขึ้นในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ นี่คือสไตล์ของท่านเรวัช คนที่ดุดันในคำพูดชัดเจน แต่ก็ให้ความจริงใจตลอด แบบอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในเพจของท่านก็มีเอฟซีติดตามนับล้านคน
สำหรับโครงการขนถ่ายสินค้าทางราง หรือท่าเรือบก ในพื้นที่ 1,500 ไร่ ซึ่งพื้นที่ของบริษัทฯ สมบัติดำริ จำกัด นั้นพื้นที่มีการจองเต็มทั้งโครงการเฟสที่ 1 ได้หมดสิ้นไปแล้ว จึงต้องมีการเตรียมจัดหาพื้นที่ เพื่อขยายพื้นที่โครงการเฟสที่ 2 เพิ่มเพื่อรองรับให้กับผู้ร่วมทุน บริษัทเซียงไฮ้ไทยรับเบอร์ โปรดักส์ จำกัด มีโครงการแบ่งเป็นหลายเฟส ขนส่งสินค้าทางราง หรือท่าเรือบก สถานีรถไฟวังเย็นโครงการนี้คู่สัญญากับการรถไฟแห่งประเทศไทย แบ่งเป็นช่วงๆ เริ่มแรกส่วนพื้นที่ให้บริการขนถ่ายสินค้า รวมงบประมาณการลงทุนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งสิ้น 52,027,780.00 ส่วนขยายระบบขนส่งสินค้าทางราง และเครื่องจักรกลระบบขนส่ง รวมงบประมาณการลงทุนส่วนสนับสนุนระบบขนส่งทางรางทั้งสิ้น 110,126,508.97 รวมงบประมาณการลงทุนส่วนสนับสนุนระบบขนส่งทางรางทั้งสิ้น 485,238,000.00 รวมงบประมาณการลงทุนส่วนพื้นที่เช่าทั้งสิ้น 204,974,040.18 ล้านบาท
////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

