ต่อยอดจาก U-15 สู่ U-18 เปลี่ยนสนามกีฬา โรงเรียน ชุมชน เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ปลอดภัยให้เด็กเยาวชน ด้าน สสส.-สคล. ผนึก 8 สถาบันศึกษา ลงนาม MOU สร้างสถานศึกษาปลอดปัจจัยเสี่ยง เผยผลสำรวจเด็ก 90.5% ชี้ กีฬาช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงได้จริง อีก 69.6% รับมีวินัยมากขึ้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ส.ค. 2569 ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE 2026 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด ร่วมกับ สถานศึกษา 8 แห่ง และภาคีเครือข่าย

โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะชีวิต โดยการดูแลเด็กและเยาวชนไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสังคมโดยรวม โดยโครงการนี้ เป็นการส่งเสริมการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะชีวิต สร้างภูมิคุ้มกัน ถือเป็นการเปลี่ยน “สนามกีฬา” ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เปลี่ยน “สถานศึกษา” ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย และเชื่อม “ชุมชน” ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์
“การลงนาม MOU สถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด จะต้องไม่เป็นเพียงพิธีการ แต่เป็นกลไกในการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องนำไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งด้านการป้องกัน การสร้างความรู้ การสร้างกิจกรรมทางเลือก และการจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ขอชื่นชมเครือข่ายสถานศึกษาทั้ง 8 แห่งที่เข้าร่วม สามารถขยายผลเป็นต้นแบบไปยังพื้นที่อื่นต่อไป และขอฝากไปถึงเด็กและเยาวชนให้รู้เท่าทัน รู้จักคิด กล้าปฏิเสธ และเป็นเพื่อนที่ดี ชวนกันทำสิ่งที่สร้างสรรค์ เพราะชัยชนะที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เพียงการชนะในสนามแข่งขัน แต่คือการชนะใจตนเอง และเลือกเส้นทางชีวิตที่ดีให้กับตัวเอง” รองนายกฯ กล่าว
นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีสุขภาวะที่ดี มีทักษะชีวิต มีวินัย และเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมองว่ากีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน เพราะนอกจากช่วยส่งเสริมสุขภาพแล้ว ยังช่วยพัฒนาวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม การเคารพกติกา และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น โครงการ “เพื่อนกันมันส์โนแอล” จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันฟุตซอล แต่เป็นการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน” พร้อมเน้นย้ำว่า จังหวัดต้องการเห็นการทำงานร่วมกันของสถานศึกษา ชุมชน ครอบครัว และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็ก
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และเครือข่ายโค้ชฟุตซอล ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาเยาวชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความรอบรู้สุขภาวะ ภูมิคุ้มกัน และทักษะชีวิตในการป้องกันและลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน และยาเสพติด ซึ่งโครงการนี้เป็นการเพิ่ม “โอกาส” และ “พื้นที่” ให้เยาวชนสามารถเติบโตต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และปลอดภัย จากการดำเนินงานที่เริ่มนำร่องในปี 2561 จากทีมเข้าร่วม 74 ทีม ปัจจุบันขยายตัวเป็นมากกว่า 1,000 ทีม จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีนักกีฬาและทีมงานเข้าร่วมมากกว่า 10,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในวงกว้าง
“จากการประเมินผลโครงการจากเยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขัน SDN Futsal No-L Cup 2026 จำนวน 1,144 คน จาก 11 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบว่า เยาวชน 30.3% หรือ 347 คน เคยมีพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเข้าสู่กิจกรรมกีฬา และหลังเข้าร่วมกิจกรรม เยาวชนกลุ่มดังกล่าว 90.5% หรือ 314 คน สามารถลดหรือเลิกพฤติกรรมเสี่ยงได้ ขณะที่ 69.6% ระบุว่าตนเองมีระเบียบวินัยมากขึ้น มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน และใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น สะท้อนว่า ‘พื้นที่สร้างสรรค์’ ไม่ได้สร้างเพียงกิจกรรม แต่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม ทักษะชีวิต และภูมิคุ้มกันของเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
นายฉลอง นพคุณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ในฐานะเจ้าภาพและตัวแทนสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 8 แห่ง กล่าวว่า สถานศึกษาทั้ง 8 แห่ง มีความมุ่งมั่นที่จะใช้กีฬาเป็นฐานการเรียนรู้ หรือ Sport for Development เพื่อพัฒนาความรอบรู้ ทักษะชีวิต วินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำของเยาวชน และสร้างเครือข่ายและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง ผ่านกระบวนการทั้งการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ การอบรมแกนนำเยาวชน
นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน กล่าวว่า การขยายแนวคิดพื้นที่สร้างสรรค์จากสนามกีฬาไปสู่โรงเรียนและชุมชน โดยสถานศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนขยายโอกาสในจังหวัดบึงกาฬ อย่างโรงเรียนบ้านคำไผ่ มีบทบาทสำคัญช่วยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย พร้อมเชื่อมโยงการทำงานระหว่างครู ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันดูแลเด็ก เป็นการสร้าง “ระบบนิเวศการดูแลเด็ก” เพราะการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไม่สามารถเกิดขึ้นจากกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งเพียงลำพัง ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมสร้างโอกาสและลดพื้นที่เสี่ยงไปพร้อมกัน ภายใต้เป้าหมาย สร้างคนรุ่นใหม่ ที่สุขภาพดี มีทักษะชีวิต ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง “เพื่อนกันมันส์โนแอล” จึงไม่ใช่เพียงคำขวัญของการแข่งขัน แต่เป็นแนวคิดการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของเยาวชนบึงกาฬ เพื่อนชวนเพื่อนทำสิ่งดี โรงเรียนเปิดพื้นที่ ชุมชนช่วยดูแล และทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างอนาคตให้เด็กและเยาวชน
สำหรับสถานศึกษาที่เข้าร่วมทั้ง 8 แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ โรงเรียนหนองเข็งวิทยาคม โรงเรียนศรีวิไลวิทยา โรงเรียนบุ่งคล้านคร โรงเรียนศรีชมภูวิทยา โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ซึ่งจะร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมและสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสถานศึกษา
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

