
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี สนธิกำลังไล่สกัดรถต้องสงสัยขนบุคคลต่างด้าว 10 ราย หลังไม่ยอมหยุดตรวจ ก่อนคนขับและผู้โดยสารพากันวิ่งหลบหนีเข้าหมู่บ้านและแปลงเกษตร เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงติดตามจับกุมได้ครบทั้งหมด
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ออกตรวจพื้นที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 359 อ.เขาไม้แก้ว จ.ปราจีนบุรี รอยต่อ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการลักลอบขนบุคคลต่างด้าวจากพื้นที่ชายแดน
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กธ 5073 สระแก้ว ขับมาด้วยความเร็ว และพบสัมภาระจำนวนมากบริเวณกระบะท้าย จึงส่งสัญญาณไฟวับวาบและประกาศเรียกให้หยุดตรวจ แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด กลับเร่งความเร็วหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังสนับสนุนเพื่อสกัดจับ
ต่อมารถคันดังกล่าวเลี้ยวหลบหนีเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้าน หมู่ 4 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม เมื่อถึงบริเวณทางเปลี่ยวท้ายหมู่บ้าน รถเกิดเสียหลักและจอดริมไหล่ทาง คนขับเปิดประตูวิ่งหลบหนีเข้าไปในแปลงยูคาลิปตัส เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวไว้ได้
ขณะเดียวกัน บุคคลต่างด้าวที่โดยสารมากับรถได้อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ติดตามคนขับ กระโดดลงจากห้องโดยสารและกระบะท้าย ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตร เจ้าหน้าที่จึงประสานนายพชร การไชยแสง กำนันตำบลวังท่าช้าง พร้อมกำลังในพื้นที่ ร่วมติดตามตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้หลบหนีอาจเข้าไปในพื้นที่ชุมชนและอาจเกิดอันตรายต่อประชาชน
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาติดตามนานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนสามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวได้ครบทั้ง 10 ราย แบ่งเป็นสัญชาติบังกลาเทศ 9 ราย และสัญชาติเมียนมา 1 ราย รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 11 ราย ประกอบด้วยชายไทย 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ และบุคคลต่างด้าว 10 ราย
จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าบุคคลต่างด้าวทั้ง 10 รายไม่สามารถแสดงเอกสารการเดินทางเข้าประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายได้ จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน จ.ปราจีนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
เบื้องต้น ผู้ขับขี่ให้การว่า มีอาชีพเป็นหัวหน้าค่ายมวยในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และรับจ้างขนส่งบุคคลต่างด้าวมาเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 บาท อ้างว่ารับบุคคลต่างด้าวมาจากบริเวณแนวชายแดน อ.อรัญประเทศ เพื่อไปส่งต่อยังสถานีขนส่งในกรุงเทพมหานคร
ส่วนบุคคลต่างด้าวให้การเบื้องต้นว่า เดิมเข้ามาทำงานในประเทศกัมพูชา โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพก่อสร้าง ก่อนลักลอบเข้ามาในประเทศไทย และมีเป้าหมายเดินทางไปยังสถานทูตบังกลาเทศในประเทศไทย เพื่อดำเนินการเดินทางกลับประเทศ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเส้นทางการลักลอบนำบุคคลต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยต่อไป
ของกลาง รถยนต์กระบะส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน สระแก้ว จำนวน 1 คัน พร้อมกุญแจรถ จำนวน 1 ดอก
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดถือเป็นผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหาและยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยการดำเนินคดีจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
เครดิตภาพ: ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี

