จากกรณีที่กลุ่มพลังมวลชนชาวปราจีนบุรี ยังคงรวมตัวกันที่บริเวณประตูด้านข้างศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี เป็นวันที่สอง เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อนุญาตให้ทางกลุ่มเข้าไปชุมนุมเรียกร้องภายในศูนย์ราชการ ในการชุมนุมในนาม “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เพื่อติดตามความคืบหน้าของข้อเรียกร้อง และผลการเจรจาจากรัฐบาล
ต่อมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะได้เดินทางไปประชุมกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า
นายกรัฐมนตรีท่านได้รับข้อร้องเรียนคนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อมายืนยันกับพี่น้องชาวปราจีนบุรี ว่าสิ่งที่ศึกษาการทำผลวิจัยต่างๆ ท่านนายกรัฐมนตรีให้หยุดทั้งหมด เพราะเราเอาประชาชนเป็นหลัก

วันนี้ ( 19 ส.ค. 69) เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ยังคงปักหลักต่อสู้เพื่อเรียกร้อง เป็นวันที่ 3 เพื่อให้นายกรัฐมนตรีทำหนังสือในฐานะประธาน EEC โดยทำหนังสือเป็นเอก สารเพื่อเป็นการยืนยันจะไม่เอาจังหวัดปราจีนบุรีเป็น EEC ไม่ใช่จะไม่เอาเข้า ครม. ในวันนี้ทางกลุ่มยังคงจัดกิจกรรมนันทนาการณ์ด้วยการร้องเพลง และมีการปราศรัยถึงรัฐบาลรวมทั้งส่วนราชการในพื้นที่ ไม่มีความจริงจังในการแก้ปัญหาและยกเลิก EEC และไม่ยอมให้ทางกลุ่มเข้าไปจัดกิจกรรมภายในศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี หรือเครื่องอำนวยความสะดวกกับผู้ชุมชน อาทิเช่น ไฟฟ้า ห้องสุขา เป็นต้น
นายสุนทร คมคลาย แกนนำปราจีนเข็มแข็ง ได้กล่าวว่า เราในนามกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เราไปยื่นข้อเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาลท่านรองนายกพิพัฒน์ รัชกิจประการ เล่าให้ฟังว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ซึ่งวันนั้นมีการนำเรื่องเขต EEC ภาคตะวันออก เข้าในที่ประชุมบอร์ดวันนั้น ทุกหน่วยงานก็เห็นด้วยเกือบทั้งหมด เช่น สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นแย้งว่าปราจีนบุรีเรายังมีช่องทางพัฒนาด้วยจุดอื่นๆอีกเยอะ ซึ่งท่านพิพฒน์ในวันนั้นเป็นประธานที่ประชุมได้ปรึกษากับบอร์ด และลงมติว่าเห็นชอบโดยหลักการ และให้สำนักงาน EEC เข้าร่วมพูดคุยกับสภาพัฒน์เพื่อหาข้อตกลงและทางออกร่วมกัน และไม่เอาเรื่องอีอีซีเข้ามาประชุมบอร์ดใหม่ ผมก็ได้เรียนท่านพิพัฒน์ว่าแนวทางนี้เราไม่เอา ให้ถอนเรื่อง EEC ออกไปจากปราจีนบุรี ซึ่งท่านพิพัฒน์ก็รับปากว่าท่านจะไปคุยกับท่านอนุทินในฐานะประธานบอร์ด ซึ่งวันนี้ท่านก็ไม่ได้รับผิดชอบแล้วรับปากว่าจะไปคุยกับนายกให้เพื่อทบทวนมตินั้น
เมื่อวาน(18 ส.ค.) ท่านสุชาติ ชมกลิ่น พร้อมท่านอำนาจ วิลาวัลย์ ที่เป็นคนโพสต์ท่านก็บอกว่า อีอีซีไม่ได้เข้า ครม.จริงๆ แล้วตาม พ.ร.บ. EEC การขยายพื้นที่ไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เป็นอำนาจของบอร์ด EEC ไม่ใช่อำนาจของ ครม. สามารถอนุมัติโดยบอร์ด EEC ได้เลย ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการก็ไม่ได้เป็นเรื่องยาก เราต้องการหนังสือคำสั่งยกเลิกมติเดิม ที่อนุทินตอนนี้เป็นประธานบอร์ด ให้ท่านเซ็นชื่อมาให้เราผมอยากทำความเข้าใจกับท่าน ส.ส. ท่านรัฐมนตรี ท่านสุชาติพูดก็ไม่ต่างจากท่านพิพัฒน์พูด ว่าสุดท้ายแล้วปากกาอยู่ที่ท่านอนุทิน รวมถึงคณะกรรมการบอร์ดอีอีซี เพราะการที่ถอดออกไม่ได้ยากเย็นเลย ถึงแม้ท่านอนุทินไปต่างประเทศ ลายเซ็น ก็ไม่ยากเลยเรามีวิธีการ มีเทคโนโลยีมากมาย ขอทำความเข้าใจกับ ส.ส.และพี่น้องชาวปราจีนบุรีตามที่ท่านรัฐมนตรีมาพูดว่าไม่เอาแล้วอีอีซี แต่หนังสือก็ยังอยู่ เราเสนอว่าต้องมีหนังสือยกเลิกคำสั่งหรือมติในวันที่ 20 พฤษภาคม 69
ส่วนการเรียกร้องเราจะเรียกร้องต่อไปจนกว่าเราจะได้หนังสือฉบับนั้น ส่วนที่มีเสียงพูดออกมาว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องของการเมืองมากกว่า ซึ่งผมบอกว่าระยะนี้มันยังไม่ถึงการเลือกตั้งถ้าอนุทินจะยุบสภาเร็วเร็วนี้ก็ตีความได้ว่าเป็นเรื่องของการเมือง แต่ ณ ปัจจุบันภายในปีนี้หรือปีหน้าก็ยังไม่มีการเลือกตั้งใดใดเกิดขึ้นในจังหวัดของเรา นอกจากจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองที่นำไปสู่การเลือกตั้งได้ ตอนนี้ยังไม่มีการเลือกตั้งทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง หรือเรื่องผู้นำฝ่ายค้านมาลงพื้นที่เมื่อวานผมก็คิดว่าเป็นเรื่องของการทำงาน อีกหลายปีกว่าจะมีการเลือกตั้งเหตุการณ์วันนี้คงไม่ส่งผลไปถึงอีกสามปีข้างหน้า

