
ต่อมาเวลา 11.24 น. ภรรยาของ “เร แม๊คโดแนลด์” พร้อมครอบครัว ได้นำเสื้อผ้า รองเท้า และผ้าห่ม มาเปลี่ยนให้ “เร” เป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่ นายชาคริต แย้มนาม และ นางสริญญา แม๊คโดแนลด์ หรือ “แหม่ม” ภรรยาของ “เร” ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิต โดยชาคริตเปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากทางญาติเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับหัวใจ โดยเส้นเลือดหัวใจหลักทั้ง 3 เส้นมีภาวะตีบประมาณ 70-90% ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับ เร จากไปอย่างสงบ โดยหลับไปและไม่ได้มีอาการเจ็บปวดหรือทรมาน โดยช่วงที่หลับยังมีการขยับร่างกายเหมือนคนทั่วไป ก่อนจะหลับลึกและจากไป
“ทุกอย่างในร่างกาย ทุกอย่างสุขภาพดี อวัยวะทุกอย่างดีหมด” นายชาคริตกล่าว พร้อมระบุว่า ประเด็นสำคัญคือเรื่องหัวใจ ขณะที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยหรือปัญหาสุขภาพที่เห็นได้ชัด
นายชาคริต กล่าวต่อว่า เร เป็นคนทำงานเต็มที่และพักผ่อนน้อย รวมถึงเป็นคนรักการเดินทาง เดินทางและทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตเพียงอย่างเดียว และมองว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเดินทางของเพื่อน ไปยังสถานที่ที่ดี
เมื่อถามถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา เรมีโอกาสได้พักผ่อนหรือไม่ ชาคริตกล่าวว่า เรมีช่วงพัก แต่ด้วยลักษณะงานและธรรมชาติของเรที่เป็นคนเดินทางตลอดเวลา จึงมองว่าการเดินทางอาจถือเป็นการพักผ่อนในแบบของเขา เพราะ เร เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจกับทุกสิ่งที่ทำ และทุกการเดินทางถือเป็นความสุขของเขา
ด้าน นางแหม่ม ภรรยาของเร เปิดเผยว่า เร เพิ่งได้ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวอย่างเต็มที่ประมาณ 1 เดือน หลังลูกปิดเทอม โดยก่อนหน้านี้ลูกเรียนซัมเมอร์ 1 เดือน และอีก 1 เดือนจึงหาเวลาไปเที่ยว ทำให้เรมีโอกาสใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ ทั้งเตะฟุตบอลกับลูกและทำกิจกรรมร่วมกันบอกรักกันทุกคืน และจะพูดกู๊ดบายพร้อมจูบลาเป็นประจำ ซึ่งทุกเช้าเรจะตื่นขึ้นมาส่งลูกในตอนเช้าเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันที่เกิดเหตุ เรไม่ได้ตื่นขึ้นมา ซึ่งจากการดูกล้องวงจรปิดพบว่าเร มีการขยับตัวเหมือนหาท่านอนที่สบายก่อนที่จะนิ่งไปและหลับลึกลงไปในที่สุด ส่วนคืนก่อนเกิดเหตุไม่ได้มีภาวะอะไรที่ผิดปกติ เห็นเพียงแค่ลงมานั่งดูโทรทัศน์ก่อนที่จะค่อยๆล้มตัวลงนอน
นางแหม่ม กล่าวว่า ช่วงเวลาดังกล่าวผ่านไปหลายชั่วโมงกว่าครอบครัวจะพบว่าเรจากไป โดยภาพจากกล้องเป็นช่วงหลังเที่ยงคืน และเกือบ 01.00 น. ก่อนที่ครอบครัวจะเข้านอนและลงมาส่งลูกตามปกติในเวลาประมาณ 06.30 น. เมื่อกลับมาพบเรอีกครั้งก็พบว่าเรจากไปแล้ว นางแหม่ม ยอมรับว่าคิดว่าเรแกล้งหลับ
เพราะเรเป็นคนชอบแกล้ง และมักแกล้งหลับเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ครอบครัวจะลงมากินอาหารเช้าด้วยกัน และเรจะมาส่งลูกที่หน้าบ้าน
นายชาคริตกล่าวเสริมว่า จากภาพที่เห็น เรยังมีการขยับตัวเพื่อปรับท่านอนเหมือนคนทั่วไป ก่อนจะหลับสนิท และจากไปในช่วงที่หลับแล้ว โดยไม่มีภาวะฉุกเฉินหรือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น จึงเชื่อว่าเรหลับไปโดยไม่เจ็บปวดหรือทรมาน
ส่วนอาการผิดปกติก่อนเกิดเหตุ ทั้งนายชาคริตและนางแหม่มยืนยันว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยนางแหม่มระบุว่า เรไม่เคยบอกว่ามีอาการอะไร ขณะที่ชาคริตกล่าวว่า ในคืนดังกล่าวเรเพียงลงมานั่งดูโทรทัศน์ ก่อนจะรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยและตัดสินใจลงไปนอน
เมื่อถามถึงการตรวจสุขภาพ นางแหม่มกล่าวว่า เรเป็นคนค่อนข้างดื้อและกลัวหมอ ไม่ค่อยชอบไปพบแพทย์ หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น ปวดฟัน ก็ต้องพาไปหรือบังคับให้ไป บางครั้งต้องใช้วิธีหลอกพาไป เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยอยากพบหมอ
นางแหม่มยังกล่าวถึงกำลังใจจากเพื่อนๆ และคนในวงการบันเทิงว่า หลังเกิดเหตุได้รับข้อความและสายโทรศัพท์จำนวนมาก โดยมีสายโทรเข้ามากกว่า 1,000 สาย รวมถึงข้อความทางไลน์จำนวนมาก จนไม่สามารถรับสายได้ทั้งหมด ต้องวางโทรศัพท์และให้น้องทีมงานช่วยกันดูแล เนื่องจากมีผู้คนจากทุกฝ่ายที่รักและผูกพันกับเรเป็นจำนวนมาก พร้อมขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ และเชื่อว่าลูกของเราจะรู้สึกภูมิใจกับผลงานที่พ่อสร้างเอาไว้
ส่วนเรื่องงานที่เรายังมีภาระและพูดคุยกับลูกค้าไว้ นางแหม่มเปิดเผยว่า เพื่อนๆ มีความตั้งใจที่จะสานต่องานที่เรรับผิดชอบเอาไว้ โดยบางงานอาจให้ “พุฒ” และ “ต้า” เดินหน้าต่อไปก่อน แต่อย่างไรก็ตามแต่รายละเอียดเรื่องงานอาจจะมีการคุยกันภายหลัง
ด้านนายชาคริตกล่าวว่า เรื่องงานหลังจากนี้ทุกคนตั้งใจว่าจะเดินหน้าต่อ แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพูดคุยกันว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด
ท้ายที่สุด เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านานชาคริตมีอะไรอยากฝากถึงเพื่อนรักหรือไม่ นายชาคริต ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะมีอาการโศกเศร้าพร้อมน้ำตาคลอ

