“สว.มังกร” จี้รัฐบาลเร่งช่วยชาวน่าน ฝ่าวิกฤตน้ำท่วมซ้ำซาก เสนอขุดลอกแม่น้ำน่าน–ดันคลองผันน้ำ 2.4 หมื่นล้าน พร้อมขอ “ค่าล้างโคลน” ครัวเรือนละ 10,000 บาท

“มังกร ศรีเจริญกูล” สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มผู้ประกอบการ จังหวัดน่าน หารือผ่านประธานวุฒิสภาถึงนายกรัฐมนตรี ขอรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอุทกภัยจังหวัดน่านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เสนอแผนเร่งด่วนขุดลอกแม่น้ำน่าน 18 จุด พร้อมบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำและเพิ่มประตูระบายน้ำ ขณะเดียวกันผลักดันโครงการคลองผันน้ำวงเงิน 24,000 ล้านบาท หวังแก้ปัญหาน้ำท่วม–น้ำแล้งอย่างเป็นระบบ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลพิจารณา “ค่าล้างโคลน” เพิ่มเติมครัวเรือนละ 10,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระประชาชนหลังน้ำลด

ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นายมังกร ศรีเจริญกูล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มผู้ประกอบการ จังหวัดน่าน ได้หารือผ่านประธานวุฒิสภาไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางเร่งด่วนในการช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต บ้านเรือน ทรัพย์สิน และการประกอบอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่

นายมังกรได้เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตาม แผนฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัยระยะเร่งด่วน โดยเฉพาะการขุดลอกแม่น้ำน่านจำนวน 18 จุด ระยะทางรวม 13.5 กิโลเมตร เพื่อเร่งกำจัดตะกอนทรายที่สะสมและกีดขวางทางน้ำ ปริมาณกว่า 790,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำในช่วงที่มีปริมาณน้ำสูง พร้อมขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 97 ล้านบาท เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จำนวน 21 แห่ง ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงเร่งพิจารณาโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพิ่มเติม วงเงินประมาณ 990 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในด้านการกักเก็บ การระบาย และการควบคุมปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ

ผลักดัน “คลองผันแม่น้ำน่าน” 24,000 ล้านบาท แก้น้ำท่วม–น้ำแล้งอย่างยั่งยืน

สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว นายมังกรได้ผลักดัน โครงการก่อสร้างคลองผันแม่น้ำน่าน ซึ่งกรมชลประทานได้มีการปรับปรุงแนวทางโครงการ โดยกำหนดศักยภาพการระบายน้ำได้สูงสุดประมาณ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

แนวคลองผันน้ำจะเริ่มต้นจากพื้นที่ ตำบลผาสิงห์ ผ่านพื้นที่ตำบลไชยสถาน ตำบลนาซาว และตำบลดู่ใต้ ก่อนสิ้นสุดบริเวณก่อนเข้าสู่อำเภอเวียงสา โดยโครงการมีกรอบวงเงินลงทุนรวมประมาณ 24,000 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดน่านในภาพรวม โดยเฉพาะการช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงในช่วงฤดูน้ำหลาก ขณะเดียวกันยังสามารถนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำไปใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง เพื่อสนับสนุนน้ำสำหรับพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ อันจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนและภาคการเกษตรในระยะยาว

นายมังกรจึงขอให้รัฐบาลพิจารณาโครงการดังกล่าวอย่างจริงจัง รวมถึงเร่งศึกษาความเหมาะสมและแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้จังหวัดน่านมีระบบบริหารจัดการน้ำที่สามารถรับมือได้ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างเป็นระบบ ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในอนาคต

ขอรัฐบาลเพิ่ม “ค่าล้างโคลน” 10,000 บาท ช่วยประชาชนฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด

นอกจากมาตรการบริหารจัดการน้ำแล้ว นายมังกรยังได้เสนอประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ การเยียวยาและฟื้นฟูประชาชนภายหลังเกิดอุทกภัย โดยขอให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มเติมในลักษณะ “ค่าล้างโคลน” จำนวน 10,000 บาทต่อครัวเรือน ควบคู่กับเงินเยียวยาตามมาตรการปกติจำนวน 9,000 บาท

เนื่องจากหลังสถานการณ์น้ำลด ประชาชนยังต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูบ้านเรือน โดยเฉพาะการขนย้ายสิ่งของ การกำจัดดินโคลน เศษวัสดุ และการทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งในบางพื้นที่ประชาชนต้องว่าจ้างรถกระบะหรืออุปกรณ์สำหรับฉีดล้างทำความสะอาด โดยมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 3,500 บาทต่อคัน และอาจต้องใช้บริการมากกว่าหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและปริมาณโคลนที่ตกค้าง

ภาระดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อย รวมถึง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และครัวเรือนที่ไม่มีกำลังเพียงพอในการฟื้นฟูบ้านด้วยตนเอง แม้ที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพภาคที่ 3 และกระทรวงกลาโหมในบางส่วนแล้วก็ตาม แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง

นายมังกรจึงขอความอนุเคราะห์ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือดังกล่าว เพื่อให้การเยียวยาประชาชนครอบคลุมมากกว่าการช่วยเหลือในช่วงเกิดภัย แต่รวมถึง การฟื้นฟูหลังน้ำลดและการนำประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยควรดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน และสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูบ้านเรือน ทรัพย์สิน และการประกอบอาชีพกลับคืนมาได้โดยเร็ว

“สว.มังกร” ย้ำว่า ปัญหาอุทกภัยจังหวัดน่านจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว ควบคู่กับการเยียวยาและฟื้นฟูประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ชาวน่านได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในอนาคต

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like