
“จากวันนั้น…ถึงวันนี้”
“สานงานต่อ ก่องานเพิ่ม เริ่มงานใหม่ ใส่ใจทนายความ”
ถ้อยคำที่เคยใช้ในการทำหน้าที่ ยังคงเป็นความตั้งใจที่ผมยึดถือมาโดยตลอด และเมื่อก้าวเข้าสู่การทำหน้าที่ ประธานสภาทนายความจังหวัดแพร่ สมัยที่ 3 แนวคิดดังกล่าวได้ถูกสานต่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า
“สานต่อสิ่งดีงาม ต่อยอดสิ่งที่ขาด เริ่มงานใหม่ เพื่อวิชาชีพที่สง่างาม”
จากการได้รับโอกาสให้เข้ามาทำหน้าที่ในวาระแรก พ.ศ. 2562–2565
ต่อเนื่องสู่วาระที่สอง พ.ศ. 2565–2568
และวาระปัจจุบัน พ.ศ. 2568–2571
สำหรับผม การได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ ประธานสภาทนายความจังหวัดแพร่ติดต่อกัน 3 สมัย ไม่ใช่เพียงเรื่องของการดำรงตำแหน่ง แต่หมายถึง ความไว้วางใจ ความรับผิดชอบ และภารกิจที่ต้องพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นในทุกสมัย
ผมเชื่อเสมอว่า
สมัยที่ 1 คือ “โอกาส” ที่ได้รับให้เข้ามาทำงาน
สมัยที่ 2 คือ “ความไว้วางใจ” ที่ให้สานต่องาน
และสมัยที่ 3 คือ “ความรับผิดชอบ” ที่ยิ่งเพิ่มขึ้น
เพราะเมื่อได้รับโอกาสมากขึ้น สิ่งที่ต้องตอบแทนไม่ใช่คำพูด แต่คือ การทำงาน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราพยายามทำหลายสิ่งให้เกิดขึ้น ทั้งการพัฒนาสวัสดิการสมาชิก การจัดทนายความอาสาให้ความช่วยเหลือประชาชน การอบรมและพัฒนาความรู้แก่เพื่อนทนายความ การเผยแพร่ความรู้กฎหมายสู่สังคม ตลอดจนการประสานและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม
แนวทางการทำงานยังคงยึดหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้ สวัสดิการมั่นคง ทนายอาสาเพื่อประชาชน ยกระดับทนายความทุกช่วงวัย สร้างเครือข่ายทุกองค์กร ทำงานร่วมกันเป็นทีม และผดุงศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ
แต่ทุกผลงานที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ผลงานของคนใดคนหนึ่ง
สิ่งต่าง ๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากคณะกรรมการ เพื่อนทนายความ ตลอดจนหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ สนับสนุน และช่วยกันประคับประคององค์กรวิชาชีพของเราให้ก้าวเดินไปข้างหน้า
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจในเส้นทางวิชาชีพของผม คือการได้รับเกียรติจาก สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบ “รางวัลทนายความดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2566”
รางวัลนี้เป็นความภาคภูมิใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเดินมาถึงปลายทาง หรือทำดีที่สุดแล้ว
ตรงกันข้าม รางวัลกลับเป็นเครื่องเตือนใจว่า เมื่อได้รับเกียรติและการยอมรับมากขึ้น หน้าที่และความรับผิดชอบของเราก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย
ตลอดเส้นทางของวิชาชีพทนายความ ผมได้เรียนรู้ว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว และไม่ได้วัดเพียงว่าเราเดินมาได้ไกลเพียงใด แต่ควรวัดจากสิ่งที่เราได้ทำระหว่างทางว่า ได้สร้างประโยชน์ให้แก่เพื่อนร่วมวิชาชีพ องค์กร และประชาชนไว้มากน้อยเพียงใด
ผมจึงเชื่อว่า
“ตำแหน่งไม่ได้ทำให้คนมีคุณค่า
แต่การใช้ตำแหน่งนั้นสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมต่างหาก
ที่จะบอกว่าช่วงเวลาที่เราได้รับโอกาสนั้น มีความหมายเพียงใด”
ขอขอบคุณผู้ใหญ่ในวิชาชีพ คณะกรรมการ เพื่อนทนายความ ตลอดจนทุกท่านที่ให้โอกาส ให้ความไว้วางใจ ให้คำแนะนำ สนับสนุน และร่วมเดินทางมาด้วยกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
จากวันนั้น…ถึงวันนี้
และจากวันนี้…ไปจนถึงวันสุดท้ายของการทำหน้าที่
ผมยังคงตั้งใจเหมือนเดิมว่า
“สานงานต่อ ก่องานเพิ่ม เริ่มงานใหม่ ใส่ใจทนายความ”
พร้อมกับ
“สานต่อสิ่งดีงาม ต่อยอดสิ่งที่ขาด เริ่มงานใหม่ เพื่อวิชาชีพที่สง่างาม”
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
ตำแหน่งย่อมมีวันสิ้นสุด
วาระการทำงานย่อมมีวันผ่านพ้น
รางวัลย่อมกลายเป็นความทรงจำ
แต่สิ่งที่อยากให้คงอยู่ คือ งานที่เป็นประโยชน์ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมวิชาชีพ ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อทนายความ และเกียรติศักดิ์ของวิชาชีพที่พวกเราร่วมกันรักษาไว้
3 สมัย ไม่ใช่ 3 ครั้งของการได้รับตำแหน่ง
แต่คือ 3 ครั้งของการได้รับความไว้วางใจ
และทุกความไว้วางใจ…ต้องตอบแทนด้วยการทำงาน
ด้วยรัก ศรัทธา และภาคภูมิใจในวิชาชีพทนายความ
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

