
ตำรวจ สภ.หนองกุงศรี ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ตามรวบกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท ขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันบริเวณหน้า รพ.สต.หนองกุงเผือก ล่าสุดจับผู้ก่อเหตุได้ครบทั้ง 7 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนของกลาง พร้อมขยายผลพบสารเสพติด แจ้งข้อหาเพิ่มทันทีถึง 5 ราย ด้าน ผู้การฯ กาฬสินธุ์ สั่งการเด็ดขาดเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ “โอลาย” ตัวการเปิดฉากยิงที่ยังหลบหนี พร้อมลุยยุทธการสลายแก๊งตัดวงจรความขัดแย้งไม่ให้ก่อเหตุอีก เพื่อคืนความสุข ความอุ่นใจ และให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
วันที่ 4 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงกันกลางดึก วันที่ 31 สิงหาคม 2569 บริเวณกลางหมู่บ้าน ใกล้ รพ.สต.หนองกุงเผือก หมู่ 3 ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เสียงปืนดังสนั่น 4 ครั้ง กระสุนพุ่งเจาะยุ้งฉางข้าว ต้นไม้ และทะลุผนังบ้านเรือน ส่งผลให้ประชาชนวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัย หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ สั่งการให้ตำรวจ สภ.หนองกุงศรี และชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่เร่งติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
โดย พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธิติ สมศรี ผกก.สภ.หนองกุงศรี พร้อมด้วยตำรวจ สภ.หนองกุงศรี และชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่สืบหาข่าวและแกะรอยกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท พบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. ต่อเนื่องถึงวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 01.30 น.
จากการสืบสวนพบว่า มูลเหตุเริ่มจากการกระทบกระทั่งกันภายในร้านแห่งหนึ่งใน อ.หนองกุงศรี ระหว่างกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกนำโดย นายวิษณุ อายุ 32 ปี, น.ส.นนทชา อายุ 19 ปี, นายพงศกร อายุ 28 ปี และ นายปริเยศ อายุ 24 ปี
ส่วนกลุ่มที่สองนำโดย นายอภิเชษฐ์ และ นายอนาวัฒน์ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะชวนกันออกมาเจรจาบริเวณลานจอดรถข้างนอกร้าน แต่ตกลงกันไม่ได้ นายแซ็กจึงโทรศัพท์เรียกพรรคพวกมาสมทบ คือ นายธนาวุฒิ และ นายพิชัย จนเกิดการชกต่อยกัน ก่อนที่พลเมืองดีจะเข้ามาห้ามปรามและแยกย้ายกันกลับ
ในระหว่างทาง กลุ่มของนายวิษณุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาทางเดิมเพื่อตามหาสร้อยคอทองคำที่ตกหล่นหาย ขณะเดียวกัน กลุ่มของนายอภิเชษฐ์ พร้อมพรรคพวก รวมถึง นายทักษ์ดนัย กำลังจอดรถพูดคุยกันอยู่ที่บริเวณลานปูนข้าง รพ.สต.หนองกุงเผือก เมื่อทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันอีกครั้ง นายอภิเชษฐ์ ได้นำอาวุธปืนออกมาเปิดฉากยิงใส่กลุ่มนายวิษณุหลายนัด ทำให้นายวิษณุใช้อาวุธปืนพกยิงสวนกลับไปเพื่อป้องกันตัว ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันหลบหนี
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบปลอกกระสุนปืน 3 ปลอก และหัวกระสุนปืน 1 หัว ก่อนเปิดปฏิบัติการกดดันกวาดล้างผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด กระทั่งวันที่ 3 กันยายน 2569 สามารถติดตามและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ครบ 7 ราย ได้แก่
- นายวิษณุ อายุ 32 ปี รับสารภาพ ผลตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด
- น.ส.นนทชา อายุ 19 ปี รับสารภาพ ผลตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด
- นายพงศกร อายุ 28 ปี รับสารภาพ ตรวจพบสารเสพติด
- นายปริเยศ อายุ 24 ปี รับสารภาพ ตรวจพบสารเสพติด
- นายธนาวุฒิ อายุ 25 ปี เข้าพบตำรวจและรับสารภาพ ตรวจพบสารเสพติด
- นายพิชัย อายุ 30 ปี เข้าพบตำรวจและรับสารภาพ ตรวจพบสารเสพติด
- นายทักษ์ดนัย อายุ 25 ปี เข้าพบตำรวจและรับสารภาพ ตรวจพบสารเสพติด
ผู้ต้องหา 5 ราย ได้แก่ นายพงศกร , นายปริเยศ, นายธนาวุฒิ, นายพิชัย และนายทักษ์ดนัย มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดเพิ่มเติม นอกเหนือจากข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ร่วมกันมีและพกพาอาวุธปืน และยิงปืนในชุมชน
ส่วน นายอภิเชษฐ์ อายุ 35 ปี ผู้เปิดฉากยิง ยังหลบหนี อยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทุกคนอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายอภิเชษฐ์ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เปิดยุทธการสลายแก๊งวัยรุ่นในพื้นที่ จัดทำประวัติกลุ่มเสี่ยง เพิ่มมาตรการตรวจค้นจุดนัดพบ และยุติปัญหาความขัดแย้ง เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่ประชาชนชาวกาฬสินธุ์ต่อไป

