
นครพนม – มูลนิธิปิลันธน์โอวาท เดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผนึกกำลัง “ครูแก้ว” นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งมอบความช่วยเหลือถึงผู้ยากไร้ในจังหวัดนครพนม ผ่านโครงการ “บ้านปันสุข เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” สนับสนุนงบประมาณกว่า 600,000 บาท สร้างและซ่อมแซมบ้านให้ผู้เดือดร้อน 16 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ หวังสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย พร้อมจุดประกายพลังจิตอาสาและการช่วยเหลือกันในชุมชน
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ที่บ้านเหล่า หมู่ 14 ตำบลนาคำ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีมอบบ้านแก่ประชาชนผู้ยากไร้ ภายใต้โครงการ “บ้านปันสุข เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” ซึ่งมูลนิธิปิลันธน์โอวาทให้การสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
ภายในงานมี ดร.ไพบูลย์ ปิลันธน์โอวาท ผู้อำนวยการมูลนิธิปิลันธน์โอวาท พร้อมด้วย นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ “ครูแก้ว” อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ประสานงานโครงการ ดร.ขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ สส.นครพนม เขต 1 นางพูนสุข โพธิ์สุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วม
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ดร.ชัยยุทธ และ ดร.อรวรรณ ปิลันธน์โอวาท เพื่อนำไปก่อสร้างและซ่อมแซมบ้านพักอาศัยให้แก่ครอบครัวผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
ลงพื้นที่จริง คัดกรองจริง ก่อนส่งความช่วยเหลือถึงผู้เดือดร้อน
ก่อนดำเนินโครงการ มีการสำรวจข้อมูลประชาชนใน 24 ตำบล ครอบคลุมอำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอบ้านแพง และอำเภอนาทม โดยมูลนิธิปิลันธน์โอวาทร่วมกับผู้ประสานงานและเครือข่ายในพื้นที่ ลงตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และที่อยู่อาศัยของประชาชนกว่า 20 จุด
จากการตรวจสอบ พบครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนและผ่านหลักเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 16 หลังคาเรือน ขณะที่บางกรณีไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดหรือได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นแล้ว ส่วนพื้นที่อำเภอนาทมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ มูลนิธิปิลันธน์โอวาทสนับสนุนงบประมาณ ก่อสร้างบ้านใหม่หลังละ 50,000 บาท ส่วนครัวเรือนที่บ้านพักอาศัยชำรุด จะพิจารณาสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมตามสภาพความเสียหายจริง โดยใช้งบประมาณรวมในการดำเนินงานครั้งนี้กว่า 600,000 บาท
เป้าหมายไม่ใช่เพียงการสร้าง “บ้าน” แต่คือการทำให้ผู้ยากไร้มีพื้นที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ปลอดภัย และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต
“ครูแก้ว” ตัวกลางประสานมูลนิธิ นำความช่วยเหลือถึงชาวนครพนม
นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ “ครูแก้ว” เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะนำความช่วยเหลือมาสู่ประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยตนทำหน้าที่ประสานกับมูลนิธิปิลันธน์โอวาท เพื่อให้มีการสำรวจและพิจารณาความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาของแต่ละครอบครัว
หัวใจสำคัญคือการช่วยเหลือให้ตรงจุดและถึงมือผู้เดือดร้อนจริง จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลและลงพื้นที่ดูสภาพบ้านของแต่ละครอบครัว ก่อนพิจารณาว่าควรก่อสร้างใหม่หรือซ่อมแซม เพื่อให้เงินทุกบาทเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
มูลนิธิฯ ย้ำทำงานเพื่อสังคม ไม่รับเงินบริจาคจากภายนอก
ด้าน ดร.ไพบูลย์ ปิลันธน์โอวาท ผู้อำนวยการมูลนิธิปิลันธน์โอวาท กล่าวว่า การดำเนินงานของมูลนิธิมุ่งเน้นกิจกรรมสาธารณประโยชน์และการช่วยเหลือสังคม โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่รับเงินบริจาคจากภายนอก แต่ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวในการขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ
ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ให้ความช่วยเหลือสังคมในหลายด้าน ทั้งการดูแลผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส การสนับสนุนโรงพยาบาล การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดจนสนับสนุนโครงการด้านความปลอดภัยและการป้องกันภัยพิบัติในหลายพื้นที่
พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังต้องการให้การช่วยเหลือเป็นมากกว่าการมอบสิ่งของหรือเงินสนับสนุน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “พลังจิตอาสา” ให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการแบ่งปันและร่วมกันดูแลผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อน เพื่อให้ชุมชนสามารถช่วยเหลือและพึ่งพากันได้อย่างเข้มแข็ง
ผู้ว่าฯ ชื่นชม ช่วยเติมเต็มภารกิจภาครัฐ
ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า การเข้ามาสนับสนุนของมูลนิธิปิลันธน์โอวาทถือเป็นอีกพลังสำคัญที่ช่วยเติมเต็มโอกาสให้แก่ผู้ด้อยโอกาส และช่วยแบ่งเบาภารกิจของภาครัฐในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และครอบครัวที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย
ความสำเร็จของโครงการยังสะท้อนถึงความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งมูลนิธิ ผู้ประสานงาน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนในชุมชน ที่ร่วมกันเปลี่ยนความช่วยเหลือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
จากบ้านทรุดโทรม สู่บ้านที่มั่นคงและ “ความหวัง” ครั้งใหม่
ขณะที่ นายไวพจน์ เศษเพ็ง ชาวอำเภอนาหว้า และ นางสาวจินตนา สุขวิพัฒน์ ชาวอำเภอศรีสงคราม ซึ่งเป็นผู้ได้รับความช่วยเหลือ ต่างกล่าวด้วยความดีใจและซาบซึ้งว่า บ้านหลังใหม่และการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ช่วยสร้างทั้งความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับครอบครัว หลังต้องใช้ชีวิตอยู่กับสภาพบ้านที่ทรุดโทรมมาเป็นเวลานาน
ทั้งสองครอบครัวกล่าวขอบคุณมูลนิธิปิลันธน์โอวาท “ครูแก้ว” และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันหยิบยื่นโอกาส ทำให้ครอบครัวมีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น และมีความหวังที่จะเดินหน้าดำเนินชีวิตต่อไป
โครงการ “บ้านปันสุข เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการสร้างหรือซ่อมแซมบ้านจำนวน 16 หลัง แต่ยังเป็นการเชื่อมพลังจากผู้ให้ ผ่านผู้ประสาน และส่งต่อไปถึงผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเปลี่ยน “บ้านที่ทรุดโทรม” ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความปลอดภัย ความมั่นคง และความหวังของครอบครัวอีกครั้ง
ข่าว/ภาพประทีป วชิระธัญญากุลผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครพนม โทร084-934075-0

